รายงานผลการปฎิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563
09
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม การขับเคลื่อนสิทธิของคนพิการโดยเฉพาะมิติ
ทางเพศสภาพ รวมถึงประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 3) การเตรียมการขอทบทวนสถานะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติให้กลับคืนสูส่ ถานะ A ต่อเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (GANHRI) ซึง่ มีกำ� หนด
จะพิจารณาค�ำขอทบทวนสถานะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประเทศไทย ในเดือนธันวาคม 2563
ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มกี ารศึกษาและวิเคราะห์การจัดตัง้ ส�ำนักงาน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในส่วนภูมิภาค และได้พิจารณาเลือกพื้นที่ภาคใต้ ณ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่น�ำร่อง
เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่มีกรณีเรื่องร้องเรียนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนสูง มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ภาษา ศาสนา เชื้อชาติและสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะเป็นหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชนที่สอดคล้องกับ
หลักสิทธิมนุษยชนสากล โดยมีเป้าหมายทีส่ ำ� คัญ อาทิ การเปิดโอกาสให้ประชาชนในพืน้ ทีส่ ามารถเข้าถึงและได้รบั การส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างทั่วถึง สะดวก รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ
การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพืน้ ทีไ่ ด้รบั การแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในเวลาทีก่ ำ� หนดอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ลา่ ช้า และเพือ่ ให้
มีการเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในพื้นที่เป็นไปด้วยความรวดเร็วและถูกต้อง
อนึ่ง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีความท้าทาย
ส�ำคัญอันเนื่องมาจากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติมคี วามห่วงใยต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ดังกล่าวเพราะจะส่งผลกระทบต่อสิทธิและความเป็นอยู่
ของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในช่วง
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นอย่างมาก โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ออกแถลงการณ์ กสม.
เรื่อง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หลายฉบับ อาทิ เรียกร้องให้รัฐบาลจัดตั้ง
องค์กรที่มีกลไกร่วมกันในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรค และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์และสิ่งจ�ำเป็น
ในการป้องกันโรค ให้การดูแลเยียวยาเป็นพิเศษแก่ผมู้ รี ายได้นอ้ ยและประชาชนกลุม่ เปราะบาง ซึง่ หลายกรณี รัฐได้ปรับปรุง
แนวทางหรือมาตรการการด�ำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะแล้ว
อย่างไรก็ดี การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะบรรลุผลส�ำเร็จเป็นผลดีแก่ประเทศชาติ
และประชาชนส่วนรวมไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา ปรากฏว่ารัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ดังกล่าวได้ให้ความร่ว���มือในการแก้ไขปัญหา
ด้านการละเมิดสิทธิมนุษยชน สนับสนุนการท�ำงานเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ทั้งที่เป็นรายกรณี
และในเชิงระบบ ด้วยความจริงใจและมุง่ หวังผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างแท้จริง ในโอกาสนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติจึงขอขอบคุณรัฐบาล และองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้ ณ โอกาสนี้
นายวัส ติงสมิตร
ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กันยายน 2563