ไม่ได้ เกิดขึ ้นในครอบครัวและบ้ ำนเท่ำกับในกลุ่มเพื่อน เมื่อเกิดกำรตังครรภ์
้
ขึน้ เยำวชนหญิ งตังครรภ์
้
จึ ง
เลือกที่จะจัดกำรแก้ ไขปั ญหำด้ วยตนเองก่อนที่จะปรึกษำผู้ปกครองหรื อสมำชิกในครอบครั ว มำกไปกว่ำนัน้
ไม่เฉพำะเยำวชนทัง้ ชำยและหญิ ง ผู้ปกครองเองก็ขำดควำมรู้ ควำมตระหนักถึงสิทธิมนุษยชน จำกกำร
สัมภำษณ์ สะท้ อนให้ เห็นถึงกำรสื่อสำรและกำรเลี ้ยงดูในครอบครัวที่พ่อแม่ยงั ต้ องกำรองค์ควำมรู้ในเรื่ อง
สิทธิมนุษยชนขันพื
้ ้นฐำน นำไปสู่กำรไม่ได้ รับกำรคุ้มครองหรื อเข้ ำถึงกำรบริ กำรเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
และสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ หรื อสถำนที่ที่ทำให้ เยำวชนบรรลุถึงสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ เช่น องค์กรพัฒนำ
เอกชน ภำคประชำสังคม โรงพยำบำล สถำนศึกษำ
จำกกำรสัมภำษณ์เจ้ ำหน้ ำที่องค์กรพัฒนำเอกชน สะท้ อนให้ เห็นถึงควำมเชื่อมโยงของกำรตังครรภ์
้
ไม่พ ร้ อมของเยำวชนที่ ยัง ขำดกำรเข้ ำถึง บริ กำรและสวัสดิกำรของรั ฐ และควำมรู้ ควำมเข้ ำใจในเรื่ อง
สิทธิมนุษยชนที่ยงั มีควำมแตกต่ำงกันในหลำยระดับขึ ้นอยู่บริ บทของกำรทำงำนที่คลุกคลีอยู่กับพื ้นที่หรื อ
ผู้รับบริกำร ซึง่ ยังต้ องกำรเติมเต็มองค์ควำมรู้
ขณะเดียวกันโรงเรี ยนส่วนน้ อยที่ จัดกำรศึกษำแบบนอกระบบเพื่ อเปิ ดโอกำสให้ เยำวชนหญิ ง
ตังครรภ์
้
โดยไม่พร้ อมได้ มีโอกำสทำงกำรศึกษำแตกต่ำงจำกกำรจัดกำรศึกษำของสถำนศึกษำทัว่ ไปที่ยงั ไม่มี
แนวทำงในกำรจัดกำรเรื่ องนี ้อย่ำงชัดเจน พบว่ำ สิ่งที่อยู่เบื ้องหลังควำมคิด คือ ทัศนคติตอ่ ปรำกฏกำรณ์
กำรตังครรภ์
้
ซงึ่ เป็ นภำวะที่เกิดขึ ้นตำมธรรมชำติของวัยเจริ ญพันธุ์นนเปลี
ั ้ ่ยนไปเพรำะบริ บทและนโยบำยรัฐ
ในด้ ำนกำรศึกษำที่เปลี่ยนแปลง นำไปสูก่ ำรยึดมัน่ ในกฎระเบียบอย่ำงเคร่งครัดของครูและผู้บริ หำรจนเบียด
ขับพื ้นที่ของควำมเป็ นมนุษย์นำไปสู่กำรละเมิดสิทธิมนุษ ยชนอย่ำงชอบธรรมโดยเหตุผลเพื่อรักษำชื่อเสียง
ของโรงเรี ยน และสืบทอดต่อไปยังภำคส่วนต่ำงๆ ของสังคมซึง่ มีทงเข้
ั ้ ำใจและไม่เข้ ำใจ
แม้ แ ต่ส ถำนบริ ก ำรด้ ำ นสำธำรณสุข เช่ น โรงพยำบำลเอง จำกกำรสัม ภำษณ์ เ จ้ ำ หน้ ำ ที่ ใ น
โรงพยำบำล เช่น แพทย์และพยำบำล พบว่ำ ยังขำดควำมรู้ ควำมเข้ ำใจในเรื่ องสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์อย่ำง
มำก นำไปสู่กำรบริ กำรที่มองข้ ำมสิทธิมนุษยชน ทังกำรบริ
้
กำรที่เป็ นมิตร เคำรพศักดิ์ศรี ของเยำวชนหญิ ง
ตังครรภ์
้
กำรขำดกำรให้ บริ กำรให้ คำปรึ กษำเรื่ องอนำมัยเจริ ญพันธุ์ กำรเคำรพสิทธิในกำรตัดสินใจอย่ำง
อิสระและรับผิดชอบในเรื่ องกำรมีบตุ ร
ดังนัน้ เพื่อให้ เกิดควำมรอบด้ ำน��นกำรแก้ ไขปั ญหำเยำวชนหญิงตังครรภ์
้
โดยไม่พร้ อมในมิติของ
สิทธิมนุษยชน และสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ จึงควรมีกำรเปิ ดพื ้นที่ในกำรรับฟั งควำมคิดเห็นเพื่อวิเครำะห์ถึง
ผลกระทบจำกกำรบัง คับใช้ กฎหมำยหรื อกฎระเบียบต่ำงๆ ของหน่วยงำนที่ เกี่ ยวข้ องดัง ที่กล่ำวไว้ แล้ ว
ข้ ำงต้ น เพื่อให้ เกิดกำรมีส่วนร่ วมจำกเสียงของเยำวชนและคนทำงำนในระดับปฏิบตั ิในกำรนำไปกำหนด
นโยบำย และมำตรกำรต่ำงๆ และที่สำคัญควรมีกำรผลักควำมรู้ ควำมเข้ ำใจในประเด็นสิทธิมนุษยชน สิทธิ
อนำมัยเจริ ญพันธุ์ ควบคูไ่ ปกับควำมรู้เรื่ องอนำมัย เจริ ญพันธุ์และเพศศึกษำ ทังในหน่
้
วยงำนสถำบันต่ำงๆ
ทำงรำชกำร หน่วยงำนที่เกี่ยวข้ อง องค์กรพัฒนำเอกชน ภำคประชำสังคม และรวมไปถึงครอบครัว ซึ่งถือว่ำ
เป็ นหน่วยทำงสังคมที่ใกล้ ชิดกับเยำวชนมำกที่สดุ
๖