ครอบครัว เพื่อช่วยคูส่ ำมีภรรยำในกำรตัดสินใจและตระหนักถึงสิทธิอนำมัยเจริ ญพันธุ์ในด้ ำน
อำยุที่เหมำะสำหรับกำรสมรส กำรมีบตุ ร ช่องห่ำงของกำรเกิดบุตร และกำรให้ คำปรึกษำด้ ำน
อนำมัยเจริญพันธุ์ อย่ำงไรก็ตำมวิธีกำรวำงแผนครอบครัวที่บญ
ั ญัติไว้ ในกฎหมำยไม่ได้ รวมถึ ง
กำรทำแท้ ง กำรทำแท้ งถือเป็ นสิ่งผิดกฎหมำยในประเทศอินโดนีเซีย
เป็ นที่น่ำสังเกตว่ำ บทบัญญัติที่เกี่ยวกับรัฐ จะอยู่ในหมวดของ อำนำจและหน้ ำที่ควำมรับผิดชอบ
ของรัฐ ในกำรปรับปรุ งกำรเข้ ำถึงและคุณ ภำพของข้ อมูลข่ำวสำร กำรศึกษำ กำรให้ คำปรึ กษำและกำร
บริ กำรด้ ำนกำรคุมกำเนิ ด อย่ำงไรก็ตำม กฎหมำยมีกำรย้ อนแย้ งกันเองในแง่ที่ว่ำ นโยบำยกำรวำงแผน
ครอบครัวจะกำหนดและกำกับโดยควำมพยำยำม กำรวำงแผนกำรตังครรภ์
้
จะต้ องผ่ำนหลักและบรรทัด
ฐำนทำงศำสนำ สถำนภำพของควำมก้ ำวหน้ ำทำงสังคม-เศรษฐกิจและวัฒนธรรม และค่ำนิยมของชุมชน
นอกจำกนี ้ซึ่งสะท้ อนให้ เห็นว่ำ สิทธิของบุคคลส่วนหนึ่งย่อมถูกลิดรอนหำกต่ำงจำกค่ำนิยมทำงสังคม และ
หลักทำงศำสนำ ที่ไม่ได้ เอื ้อต่อกำรดำรงอยู่ของเยำวชนหญิงที่ตงครรภ์
ั้
โดยไม่พร้ อม ซึ่งไม่สำมำรถเข้ ำถึง
สิทธิที่บญ
ั ญัตไิ ว้ ในกฎหมำยได้
Population Law บัญญัตวิ ำ่ กำรให้ บริกำรด้ ำนกำรคุมกำเนิดยังคงจำกัดเฉพำะสำมีภรรยำที่สมรส
กันแล้ วเท่ำนัน้ ขณะเดียวกัน New Health Law (Law no. 36/2009) ให้ ควำมสำคัญกับสิทธิอนำมัยเจริ ญ
พันธุ์ และอนุญำตให้ สำมำรถทำแท้ งโดยปลอดภัยได้ สำหรับกรณีที่มีข้อบ่งชี ้ทำงกำรแพทย์ และกรณีข่มขืน
กระทำชำเรำที่เป็ นสำเหตุของกำรตังครรภ์
้
แต่ยงั คงต้ องมีกำรพัฒนำกฎระเบียบสำหรับกำรดำเนินงำน ยำ
คุมกำเนิดแบบที่มีฮอร์ โมนถูกระบุว่ำเป็ นยำและต้ องมีใบสั่งยำจำกแพทย์ ควำมกำกวมของกฎหมำยที่
ก่อให้ เกิดปั ญหำกำรตีควำมกฎหมำย ทำให้ เกิดควำมไม่เสมอภำค และกำรเข้ ำไม่ถึงกำรบริ กำรด้ ำนสุขภำพ
กำรวำงแผนครอบครัวและกำรคุมกำเนิด ของเยำวชนหญิง เช่นเดียวกับประเทศฟิ ลิปปิ นส์ ควำมคิดควำม
เชื่อทำงศำสนำมีอิทธิพลอย่ำงมำกต่อกำรเข้ ำถึงสิทธิด้ำนต่ำงๆ ของเยำวชนหญิงที่ตงครรภ์
ั้
โดยไม่พร้ อม
กล่ำวโดยสรุ ป จำกกำรศึกษำกฎหมำยของทัง้ ๓ ประเทศ มีข้อเหมือนและแตกต่ำงไปตำมบริ บท
ทำงสังคมและวัฒนธรรม ฐำนคิดของสังคมที่เป็ นตัวกำกับและสะท้ อนออกมำในตัวบทกฎหมำย นโยบำย
และมำตรกำร แม้ วำ่ ทัง้ ๓ ประเทศจะรับเอำมุมมองเรื่ องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็ นแนวคิดที่นำเข้ ำจำกตะวันตก
แต่กำรนำแนวคิดนี ้มำใช้ มีควำมแตกต่ำงกันไปตำมบริ บทของแต่ละประเทศด้ วยเช่นกัน กฎหมำยที่สะท้ อน
ฐำนคิดทำงสังคมและวัฒนธรรม บำงส่วนย้ อนแย้ งกับ กติกำระหว่ำงประเทศว่ำด้ วยสิทธิ ทำงเศรษฐกิจ
สังคม และวัฒนธรรม ภำค ๒ ข้ อ ๕ ซึง่ กล่ำวว่ำ
“ห้ามการจากัดหรื อลิ ดรอนสิ ทธิ มนุษยชนขัน้ พื น้ ฐานที ่ได้รับรองหรื อที ่มีอยู่ในประเทศใดโดยอาศัย
อานาจของกฎหมาย อนุสญ
ั ญา ข้อบังคับ หรื อจารี ตประเพณี โดยอ้างว่ากติ กานี ้ไม่รับรองสิ ทธิ เช่น
ว่านัน้ หรื อรับสิ ทธิ นนั้ ในขอบเขตทีด่ ้อยกว่า”
นอกจำกนี ้ ทัง้ ๓ ประเทศให้ สตั ยำบันในอนุสญ
ั ญำว่ำด้ วยกำรขจัดกำรเลือกปฏิบตั ิต่อสตรี ในทุก
รูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women หรื อ
๔๑