๒.๒ กฎหมายของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ ีเกี่ยวข้ องกับเยาวชนหญิงที่ตัง้ ครรภ์ โดย
ไม่ พร้ อม
ในประเด็นสิทธิมนุษยชน นอกจำกปฏิญญำสำกลสิทธิมนุษยชน (The Universal Declaration of
Human Rights, 1948) ซึ่งแต่ละประเทศที่เป็ นภำคีจะต้ องปฏิบตั ิตำม มำกไปกว่ำนัน้ เวียดนำม ฟิ ลิปปิ นส์
อินโดนีเซีย ซึ่งรวมไปถึงประเทศไทย ต่ำงยังต้ องปฏิบตั ิและดำเนินกำรภำยในขอบเขตอำนำจหน้ ำที่ ตำม
ข้ อกำหนดของคณะกรรมำธิกำรสิทธิมนุษยชนระหว่ำงรัฐบำลอำเซียน หรื อ ASEAN Intergovernmental
Commission on Human Rights (AICHR) ที่ก่อตังขึ
้ ้นใน พ.ศ. ๒๕๕๒ ในฐำนะองค์กรที่ปรึ กษำของ
ASEAN ซึ่งเป็ นกำรสนับสนุน ส่งเสริ มและคุ้มครองสิทธิ มนุษยชนขัน้ พืน้ ฐำนและเสรี ภำพของประชำชน
อำเซี ยน ตำมปฏิ ญ ญำสำกลสิ ทธิ ม นุษยชน
และปฏิ ญญำและแผนปฏิ บัติกำรเวี ยนนำ (Vienna
Declaration and Program of Action, 1993 ) และตรำสำรว่ำด้ วยสิทธิมนุษยชนระหว่ำงประเทศที่ ซึ่ง
ประเทศสมำชิกอำเซียนเป็ นภำคี เช่น หลักกำรข้ อ ๒.๒ กำรเคำรพหลักกำรด้ ำนสิทธิมนุษยชนระหว่ำง
ประเทศ รวมถึงควำมเป็ นสำกล ควำมไม่สำมำรถแบ่งแยกได้ กำรพึง่ พำอำศัยกันและควำมสัมพันธ์ที่ไม่อำจ
แยกจำกกันได้ ของสิทธิมนุษยชนและเสรี ภำพขันพื
้ ้นฐำนทังมวล
้
รวมถึงควำมเป็ นกลำง กำรยึดถือวัตถุวิสยั
กำรไม่เลือกปฏิบตั ิ และกำรหลีกเลี่ยงกำรเลือกปฏิบตั ิและทำให้ เป็ นประเด็นทำงกำรเมือง และ ๒.๓ ที่
ตระหนักว่ำควำมรับผิดชอบขัน้ พื ้นฐำนในกำรส่งเสริ มและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรี ภำพขันพื
้ ้นฐำน
เป็ นของรัฐสมำชิกแต่ละรัฐ (AICHR, 2009) ซึ่งเป็ นหลักกำรที่ครอบคลุมไปถึงอนำมัยเจริ ญพันธุ์ของ
ประชำชนในแต่ละประเทศภำคี ที่รัฐบำลของแต่ละประเทศจะละเลยไม่ได้ และกฎหมำยของแต่ละประเทศ
จะละเมิด เพิกเฉยต่อกำรคุ้มครองส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสิทธิอนำมัยไม่ได้
ในกำรศึก ษำครั ง้ นี ไ้ ด้ ย กตัว อย่ำ งของกฎหมำยของแต่ล ะประเทศภำคีม ำ ๓ ประเทศ ซึ่ง เป็ น
กฎหมำยที่ เ กี่ ยวข้ องกับ อนำมัยเจริ ญ พัน ธุ์ ข องเยำวชนหญิ ง ตัง้ ครรภ์ โ ดยตรง ซึ่ง จำกกำรศึกษำพบว่ำ
กฎหมำยของทัง้ ๓ ประเทศสะท้ อนให้ เห็นถึงบริ บทที่แตกต่ำงกันมำกทังในมิ
้ ติด้ำนสังคม วัฒนธรรมและ
ศำสนำ ซึ่ง กรอบวัฒนธรรมควำมเชื่อที่ แตกต่ำงกันซึ่งล้ วนมี อิทธิ พ ลต่อกำรบัญญัติกฎหมำยที่บงั คับใช้
ภำยในรัฐ ดังนี ้
เวียดนาม
ประเทศเวียดนำมหรื อสำธำรณรัฐสังคมนิยมเวียดนำม ปกครองด้ วยระบอบสังคมนิยม มีประชำกร
ประมำณ ๙๑ ล้ ำนคน ประชำกรร้ อยละ ๘๐ ถือว่ำตนเองไม่มีศำสนำ ที่เหลือนันนั
้ บถือลัทธิขงจื ้อ เต๋ำ พุทธ
มหำยำน โรมันคำทอลิก โปรแตสเตนท์ และ อื่นๆ โดยมีประชำกรในวัย ๐-���๔ ปี ประมำณร้ อยละ ๒๕.๒
และวัย ๑๕-๖๔ ประมำณร้ อยละ ๖๙.๓ (CIA World Factbook: Vietnam, 2011) ซึ่งลัทธิขงจื ้อมีอิทธิพล
ต่อระบบควำมคิดควำมเชื่อและรำกเหง้ ำทำงสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงกฎหมำยของประเทศเวียดนำม
อย่ำงไรก็ตำมเวียดนำมเป็ นประเทศแรกในเอเชียและเป็ นประเทศที่ ๒ ในโลก ที่ลงนำมในอนุสญ
ั ญำว่ำด้ วย
๒๙