62
รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
การป้ อ งกั น บุ ค คลจากการหายสาบสู ญ โดยถู ก บั ง คั บ ซึ่ ง ประเทศไทยได้ แ สดงเจตนารมณ์ ที่ จ ะเข้ า เป็ น
ภาคีอนุสัญญาดังกล่าวแล้วก็ตาม จึงเห็นว่า รัฐควรมีกฎหมายที่จะให้การกระทำ�ดังกล่าวเป็นความผิด
ทางอาญามี บ ทลงโทษที่ เ หมาะสมกั บ ความร้ า ยแรงของการกระทำ � ความผิ ด และมี ก ลไกที่ เ ป็ น อิ ส ระ
ในการที่จะนำ�ผู้กระทำ�ความผิดมาลงโทษ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน กระทรวงยุติธรรมอยู่ในระหว่างการพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... เพื่อให้
สอดคล้ อ งกั บ อนุ สั ญ ญาดั ง กล่ า ว รั ฐ จึ ง ควรบั ญ ญั ติ ร่ า งกฎหมายดั ง กล่ า วให้ ส อดคล้ อ งกั บ เจตนารมณ์
ของอนุสัญญาทั้งสองฉบับ และเร่งให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
ในส่วนของระบบราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรมได้ออกกฎกำ�หนดหลักเกณฑ์และวิธีการจำ�คุก
โดยวิธีการอื่นที่สามารถจำ�กัดการเดินทางและอาณาเขต พ.ศ. ๒๕๕๖ กำ�หนดให้มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ที่ใช้สำ�หรับติดตามตัวหรือที่ใช้สวมใส่ข้อมือ ข้อเท้า หรืออวัยวะส่วนอื่นใดของผู้ซึ่งศาลมีคำ�สั่งให้จำ�คุก
โดยวิธีการอื่นที่สามารถจำ�กัดการเดินทางและอาณาเขตของผู้นั้น โดยเริ่มนำ�มาปฏิบัติเมื่อเดือนมีนาคม
๒๕๕๗ ถื อ เป็ น ความก้ า วหน้ า ของการพั ฒ นาระบบงานราชทั ณ ฑ์ แ ละคุ ม ประพฤติ ที่ รั ฐ ดำ � เนิ น การ
เพื่ อ คุ้ ม ครองศั ก ดิ์ ศ รี ค วามเป็ น มนุ ษ ย์ และลดปั ญ หาปริ ม าณผู้ ต้ อ งขั ง ในระบบได้ ใ นขณะเดี ย วกั น
นอกจากนี้ ในปี ๒๕๕๖ รัฐบาลยังได้ดำ�เนินโครงการนำ�ร่องในเรือนจำ�บางแห่งเพื่อปลดเครื่องพันธนาการ
ให้แก่ผู้ต้องขังที่จำ�ตรวนตลอดระยะเวลาที่ถูกคุมขัง และประกาศที่จะขยายผลไปยังเรือนจำ�แห่งอื่น ๆ
แต่ปรากฏว่า ยังคงมีเรือนจำ�ที่ยังคงใช้มาตรการดังกล่าว จึงเห็นควรที่กรมราชทัณฑ์จะเร่งขยายผล
ปัญหาสำ�คัญอีกประการหนึ่งของระบบราชทัณฑ์ คือ การขาดแคลนสถานที่ ทำ�ให้มีการนำ�
บุคคลที่เป็นจำ�เลย และกฎหมายสันนิษฐานว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ไปควบคุมหรือคุมขังในสถานที่เดียวกัน
กับผู้ต้องขังที่ถูกศาลพิจารณาและพิพากษาแล้ว หรือหลายกรณีมีการนำ�ผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ตาม
พระราชบั ญ ญั ติ ฟื้ น ฟู ส มรรถภาพผู้ ติ ด ยาเสพติ ด พ.ศ. ๒๕๔๕ ไปเข้ า รั บ การตรวจพิ สู จ น์ ที่ ส ถานที่
ภายในเรื อ นจำ � หรื อ ทั ณ ฑสถาน ทั้ ง นี้ กฎหมายกำ � หนดให้ ศู น ย์ ฟื้ น ฟู ส มรรถภาพผู้ ติ ด ยาเสพติ ด เป็ น
สถานพยาบาลมิใช่สถานที่คุมขัง ซึ่งเป็นปัญหาที่สมควรได้รับการแก้ไขเป็นการเร่งด่วน
สำ�หรับกรณีของผู้พ้นโทษที่รัฐควรให้บุคคลเหล่านั้นสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างปกติ
พบว่า ยังมีกฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งที่เป็นหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ที่เป็นอุปสรรค เช่น กรณี
การรับเข้าทำ�งาน หรือแม้แต่การสมัครเข้ารับการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากยังคงมีชื่อปรากฏ
อยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่ง กสม. ได้เคยมีข้อเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุง
กฎหมายต่ อ คณะรั ฐ มนตรี แ ละหน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งไปแล้ ว ในปี ๒๕๕๕ ๑๖ ทั้ ง ในกรณี ข องผู้ ที่ เ คย
รับโทษให้จำ�คุกถูกจำ�กัดสิทธิในการเข้ารับราชการ และกรณีทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งหน่วยงาน
ได้รับข้อเสนอของ กสม. ไปพิจารณาดำ�เนินการ แต่ในปี ๒๕๕๗ พบว่า ยังมีเรื่องร้องเรียนในลักษณะ
ดังกล่าว
๑๖ รายงานผลการพิจารณา ที่ ๔๓/๒๕๕๕