รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
F
F
F
การสอบสวนผู้ ต้ อ งหาที่ ล่ า ช้ า การใช้ วิ ธี ก ารบั ง คั บ ขู่ เข็ ญ การทำ � ร้ า ยร่ า งกาย
การหลอกลวงให้รับสารภาพ
การพิ จ ารณาสั่ ง คดี ข องพนั ก งานอั ย การที่ ล่ า ช้ า เกิ น สมควร การใช้ ดุ ล ยพิ นิ จ
ที่ไม่สุจริต
การถู ก ทำ � ร้ า ยและการตรวจค้ น ร่ า งกายในเรื อ นจำ � โดยไม่ คำ � นึ ง ถึ ง ศั ก ดิ์ ศ รี
ความเป็นมนุษย์การปฏิบัติที่ไม่ชอบ การสอบสวน การลด-เลื่อนชั้นของผู้ต้องขัง
รวมถึงความไม่เหมาะสมของการใช้เครื่องพันธนาการและสถานที่ควบคุม
ทั้ ง นี้ กสม. ได้ ต รวจสอบกระบวนการยุ ติ ธ รรมในส่ ว นปลายน้ำ � ที่ เ กี่ ย วกั บ งาน
ทั ณ ฑปฏิ บั ติ ทั้ ง ในส่ ว นที่ เ กี่ ย วกั บ เจ้ า หน้ า ที่ ร าชทั ณ ฑ์ แ ละนั ก โทษ และได้ จั ด ทำ � ข้ อ เสนอแนะต่ อ
กรมราชทั ณ ฑ์ ใ ห้ จั ด ให้ มี ห้ อ งจำ � เพาะสำ � หรั บ การพบนั ก โทษเป็ น การส่ ว นตั ว เพื่ อ สร้ า งความเชื่ อ มั่ น ใน
การตรวจสอบการละเมิดสิท ธิมนุษ ยชนให้แ ก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต่อมา กรมราชทัณ ฑ์ได้ยืนยันถึ ง
ความมุ่งมั่นในการพัฒนาและการสร้างมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังโดยคำ�นึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและ
ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยให้เรือนจำ�จัดเตรียมห้องทนายความเข้าพบผู้ต้องขังเกี่ยวกับคดีหรือสถานที่
พบปะที่เหมาะสมซึ่งสามารถนำ�มาใช้ในการพบนักโทษเพื่อการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ ๑๕
อนึ่ง ยังมีเรื่องร้องเรียนว่า หน่วยราชการได้กำ�หนดคุณสมบัติของผู้เข้ารับราชการ
ว่า “ไม่เคยเป็นผู้ต้องโทษจำ�คุกโดยคำ�พิพากษาถึงที่สุดให้จำ�คุก เว้นแต่เป็นความผิดที่ได้กระทำ�โดยประมาท
หรือความผิดลหุโทษ” ดังนั้น ผู้พ้นโทษจึงไม่สามารถเข้ารับราชการได้ แม้ว่าจะได้รับการล้างมลทิน
ตามพระราชบัญ ญัติล้างมลทินเนื่องในโอกาสสำ�คัญต่างๆ แล้ว ก็ตาม แต่ยังคงมีชื่อปรากฏในทะเบียน
ประวัติอาชญากร ทำ�ให้ไม่สามารถเข้ารับราชการได้
๓) การประเมินสถานการณ์
โดยที่ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเพิ่มมากขึ้น และสาเหตุของ
ข้อร้องเรียนยังคงเป็นประเด็นเดิมที่เคยมีการร้องเรียนต่อ กสม. ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องกำ�ชับ กวดขันให้
เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติเคารพกฎหมายอย่างจริงจังและปฏิบัติหน้าที่โดยเคารพหลักสิทธิมนุษยชนเพื่ออำ�นวย
ความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง
ในปี ๒๕๕๗ ยัง คงมีก ารกระทำ�ทรมาน และบังคับสูญหายอย่างต่อเนื่อง และหลายกรณี
อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำ�ของเจ้าหน้าที่ของรัฐและโดยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถนำ�ตัวผู้กระทำ�ความผิด
มาลงโทษได้ เช่ น กรณี ก ารหายตั ว ไปของนายพอละจี (บิ ล ลี่ ) รั ก จงเจริ ญ แกนนำ � ชาวกะเหรี่ ย งบ้ า น
บางกลอยอำ � เภอแก่ ง กระจาน จั ง หวั ด เพชรบุ รี ที่ ห ายสาบสู ญ ไปหลั ง จากที่ ถู ก เชิ ญ ไปพบเจ้ า หน้ า ที่ รั ฐ
เมื่ อ วั น ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ โดยถึ ง ปั จ จุ บั น นี้ หน่ ว ยงานที่ เ กี่ ย วข้ อ งยั ง ไม่ ส ามารถติ ด ตามหาตั ว ได้
แม้ ว่ า ประเทศไทยจะเป็ น ภาคี อ นุ สั ญ ญาต่ อ ต้ า นการทรมานฯ และได้ ล งนามอนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ย
๑๕ หนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ ๐๗๐๕.๑/๓๑๘๒๔ ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๗ เรื่อง พิจารณาจัดให้มีห้องพิเศษเพื่อพบนักโทษ
61