รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
(ค) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาโดยไม่ชักช้าเกินความจำ�เป็น
(ง) สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาต่อหน้าบุคคลนั้น และสิทธิที่จะต่อสู้คดี
ด้วยตนเอง หรือโดยผ่านผู้ช่วยเหลือทางกฎหมายที่ตนเลือก สิทธิที่บุคคลได้รับแจ้ง
ให้ทราบถึงสิทธิในการมีผู้ช่วยเหลือทางกฎหมาย หากบุคคลนั้นไม่มีผู้ช่วยเหลือทาง
กฎหมายในกรณีใด ๆ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมบุคคลนั้นมีสิทธิที่จะมีผู้ช่วยเหลือ
ทางกฎหมายซึ่งมีการแต่งตั้งให้โดยปราศจากค่าตอบแทน ในกรณีที่บุคคลนั้นไม่สามารถ
รับภาระในการจ่ายค่าตอบแทน
(จ) สิ ท ธิ ที่ จ ะซั ก ถามพยานซึ่ ง เป็ น ปรปั ก ษ์ ต่ อ ตน และขอให้ เรี ย กพยาน
ฝ่ายตนมาซักถามภายใต้เงื่อนไขเดียวกับพยานซึ่งเป็นปรปักษ์ต่อตน
(ฉ) สิทธิที่จะได้��ับความช่วยเหลือจากล่ามโดยไม่คิดมูลค่า หากไม่สามารถ
เข้าใจหรือพูดภาษาที่ใช้ในศาลได้
(ช) สิ ท ธิ ที่ จ ะไม่ ถู ก บั ง คั บ ให้ เ บิ ก ความเป็ น ปรปั ก ษ์ ต่ อ ตนเอง หรื อ ให้ รั บ
สารภาพผิด
๔. ในกรณีของบุคคลที่เป็นเด็กหรือเยาวชน วิธีพิจารณาความให้เป็นไปโดย
คำ�นึงถึงอายุ และความปรารถนาที่จะส่งเสริมการแก้ไขฟื้นฟูความประพฤติของบุคคลนั้น
๕. บุคคลทุกคนที่ต้องคำ�พิพากษาลงโทษในความผิดอาญา ย่อมมีสิทธิที่จะให้
คณะตุลาการระดับเหนือขึ้นไปพิจารณาทบทวนการลงโทษและคำ�พิพากษาโดยเป็นไป
ตามกฎหมาย
๖. เมื่ อ บุ ค คลใดต้ อ งคำ � พิ พ ากษาถึ ง ที่ สุ ด ให้ ล งโทษในความผิ ด อาญา และ
ภายหลังจากนั้นมีการกลับคำ�พิพากษาที่ให้ลงโทษบุคคลนั้น หรือบุคคลนั้นได้รับอภัยโทษ
โดยเหตุที่มีข้อเท็จจริงใหม่หรือมีข้อเท็จจริงที่ได้ค้นพบใหม่อันแสดงให้เห็นว่า ได้มีการ
ดำ�เนินกระบวนการยุติธรรมที่มิชอบ บุคคลที่ได้รับความทุกข์อันเนื่องมาจากการลงโทษ
ตามผลของคำ�พิพากษาลงโทษเช่นว่า ต้องได้รับการชดเชยตามกฎหมาย เว้นแต่จะ
พิสูจน์ได้ว่า การไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ยังไม่รู้ให้ทันเวลาเป็นผลจากบุคคลนั้นทั้งหมด
หรือบางส่วน
๗. บุ ค คลย่ อ มไม่ ถู ก พิ จ ารณา หรื อ ลงโทษซ้ำ � ในความผิ ด ซึ่ ง บุ ค คลนั้ น ต้ อ ง
คำ�พิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือให้ปล่อยตัวแล้วตามกฎหมายและวิธีพิจารณาความ
อาญาของแต่ละประเทศ
57