รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำ�ปี ๒๕๕๗
ช่วงการเข้าควบคุมอำ�นาจการปกครองของ คสช.
เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ มีประกาศตั้ง คสช. เข้าควบคุมอำ�นาจในการบริหาร
ประเทศและให้ทุกฝ่ายยุติการชุมนุม โดยหลังจากที่ คสช. เข้าควบคุมอำ�นาจการปกครองได้มีการจับกุม
กลุ่มติดอาวุธและตรวจค้นแหล่งซุกซ่อนต่าง ๆ หลังมีข่าวว่าจะมีการจัดตั้งและใช้กองกำ�ลังอาวุธก่อเหตุ
รุนแรง โดยสามารถยึดอาวุธสงครามไว้เป็นจำ�นวนมาก ๑๐
ตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๗ ได้มีการออกประกาศ/คำ�สั่ง
คสช. รวมทั้งสิ้น ๓๐๒ ฉบับ ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามแก้ไขปัญหาบริหารราชการแผ่นดินที่ผ่านมา เช่น
มาตรการในการแก้ ไขปั ญ หาแรงงานต่ า งด้ า วและการค้ า มนุ ษ ย์ การแก้ ไขปั ญ หานโยบายจำ � นำ � ข้ า ว
การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ไขปัญหาและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ
แต่ทั้งนี้ ประกาศ/คำ�สั่งอีกส่วนหนึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอย่างต่อเนื่อง อาทิ
F การกำ�หนดแนวทางใหม่ในการบริหารราชการแผ่นดิน เช่น การประกาศให้รฐั ธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาสิ้นสุดลง การประกาศให้ความผิด
บางประเภท กล่าวคือ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ได้แก่ (๑) ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์
พระราชินี รัชทายาท และผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ ตั้งแต่มาตรา ๑๐๗ ถึง มาตรา ๑๑๒ (๒) ความผิด
ต่ อ ความมั่ น คงของรั ฐ ภายในราชอาณาจั ก ร ตั้ ง แต่ ม าตรา ๑๑๓ ถึ ง มาตรา ๑๑๘ ยกเว้ น ความผิ ด ซึ่ ง
การกระทํ า ผิ ด เกิ ด ขึ้ น ในเขตพื้ น ที่ ที่ มี ก ารประกาศใช้ พ ระราชบั ญ ญั ติ ก ารรั ก ษาความมั่ น คงภายใน
ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ หรือพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘
และความผิดตามประกาศหรือคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อยู่ในอํานาจพิจารณาพิพากษาคดี
ของศาลทหาร
F การควบคุ ม จำ � กั ด ความเคลื่ อ นไหวทางการเมื อ งของฝ่ า ยต่ า ง ๆ เช่ น การเรี ย ก
ให้บุคคลสำ�คัญมารายงานตัว การห้ามการชุมนุมทางการเมืองที่มีจำ�นวน ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป การห้าม
การเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของนักการเมือง และบุคคลที่เคลื่อนไหวทางการเมือง
F การจำ�กัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชน ตลอดจนให้
หน่วยงานของรัฐ แ���ะผู้ให้บริการสื่อติดตาม ตรวจสอบ และระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใด ๆ
ที่มีการบิดเบือน ยุยงปลุกปั่น อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร หรือมีผลกระทบ
ต่อความมั่นคงของรัฐหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
๑๐ คสช. แถลงผลการปฏิบัติการจับกุมและยึดอาวุธสงครามตั้งแต่วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ถึง ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ ว่าได้ยึดอาวุธ
สงครามหลายรายการ อาทิ ปืนเล็กยาว และปืนกลชนิดต่าง ๆ จำ�นวน ๑๔๔ กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนกว่า ๒ หมื่นนัด ปืนยาว
และปืนลูกซอง ๒๕๘ กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน ๕๕๗ นัด รวมถึงปืนพกชนิดต่าง ๆ และเครื่องยิงลูกระเบิด แบบ M-79
อีก ๒๓ เครื่อง และเครื่องยิงจรวด RPG ๕๗ ลูก รวมถึงยุทธภัณฑ์อื่น ๆ ดูรายละเอียดได้ที่ <www.prachatai.com/journal/
2014/06/54312> เข้าดูข้อมูล ณ วันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘
45