78
ผู้เรียน ท�ำให้สามารถเข้าถึงการศึกษาตามความต้องการ
และเป้าหมายการเรียนรูใ้ นแต่ละช่วงวัย เกิดความร่วมมือ
ในการส่งเสริมการเรียนรู้ระหว่างหน่วยงานรัฐ องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคเอกชน
ในการจั ด การศึ ก ษาเพื่ อ ให้ ส ามารถน� ำ ไปสู ่ ก ารลด
ความเหลื่อมล�้ำทางการศึกษา ตามสิทธิที่ได้รับรองใน
รัฐธรรมนูญ มาตรา 54 ที่บัญญัติให้รัฐต้องด�ำเนินการให้
เด็กทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และสอดคล้อง
กั บ กติ ก า ICESCR ข้ อ 13 ที่ รั บ รองสิ ท ธิ ข องทุ ก คน
ในการศึกษา รวมทัง้ อนุสญ
ั ญา CRC ข้อ 28 ทีบ่ ญ
ั ญัตใิ ห้รฐั
มีมาตรการสนับสนุนการเข้าเรียนอย่างสม�ำ่ เสมอ อย่างไรก็ตาม
ยังมีสถานการณ์ทนี่ า่ กังวลในกลุม่ นักเรียนทีต่ อ้ งหยุดเรียน
โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัย ซึ่งยังไม่สามารถเข้าถึง
การเรี ย นในรู ป แบบออนไลน์ ไ ด้ อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง บางส่ ว น
ขาดแคลนอุ ป กรณ์ เ ทคโนโลยี ซึ่ ง เป็ น อุ ป สรรคส� ำ คั ญ
ต่อการเรียนรูอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ จนอาจน�ำไปสูก่ ารสูญเสีย
การเรียนรู้ (learning loss) ทีเ่ ป็นปัญหาส�ำคัญต่อพัฒนาการ
ของผู้เรียนให้สมวัย ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนถึงจ�ำนวน
นักเรียนที่ระดับความรู้หายไปหรือถดถอยลง จึงมีความ
จ�ำเป็นอย่างยิง่ ทีร่ ฐั ต้องฟืน้ ฟูความรูแ้ ละเพิม่ เติมการเรียนรู้
ทีส่ ญ
ู หายไปให้แก่ผเู้ รียนโดยเร่งด่วน ควบคูก่ บั การส่งเสริม
ทักษะทีส่ ำ� คัญในการสอนให้แก่พอ่ แม่ผปู้ กครอง นอกจากนี้
จากข้ อ เสนอแนะของ กสม. ในเรื่ อ งจั ด การศึ ก ษา
โดยครอบครัว (home school) และการเชือ่ มโยงฐานข้อมูล
การศึกษาของผู้เรียนในแต่ละระบบการศึกษา จะช่วย
ยกระดั บ การส่ ง เสริ ม และสนั บ สนุ น เพื่ อ คุ ้ ม ครองสิ ท ธิ
ด้านการศึกษาในรูปแบบอื่น ซึ่งหน่วยงานของรัฐควร
พิจารณาด�ำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
1) รัฐบาลควรมอบหมาย ศธ. และหน่วยงาน
ที่ เ กี่ ย วข้ อ ง ร่ ว มกั น ส� ำ รวจและจั ด ท� ำ ข้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ
การสูญเสียการเรียนรูข้ องผูเ้ รียนในด้านต่าง ๆ เพือ่ น�ำไปสู่
การฟื ้ น ฟู แ ละป้ อ งกั น ปั ญ หาที่ อ าจเกิ ด ขึ้ น ต่ อ ผู ้ เรี ย น
โดยอาจก�ำหนดให้มกี ารจัดการเรียนการสอนเชิงรุก (active
learning) การสอนเพิม่ เติมเพือ่ ชดเชยเวลาเรียนและฟืน้ ฟู
ความรูข้ องผูเ้ รียนทีส่ ญ
ู หายหรือถดถอยไป รวมทัง้ ทบทวน
หลักสูตรการเรียนการสอนที่มีอยู่ในปัจจุบันให้สอดคล้อง
ต่อความต้องการของผู้เรียนแต่ละช่วงชั้น
2) เมื่อ ร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....
และร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ. ....
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ควรเร่งจัดท�ำกฎหมายล�ำดับรองเพื่อให้สามารถจัดการ
ศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการจัดท�ำกฎหมาย
ล�ำดับรองที่ต้องค�ำนึงถึงการยกระดับการพัฒนาคุณภาพ
การศึ ก ษาไทย และรั ฐ บาลควรมอบหมายหน่ ว ยงาน
ที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมในการบังคับใช้กฎหมาย
เพื่ อ จั ด การศึ ก ษาให้ เ ป็ น ไปอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพและ
ประสิทธิผล
3) รัฐบาลโดย ศธ. ควรก�ำหนดนโยบายและ
มาตรการทีช่ ดั เจนเกีย่ วกับการจัดการศึกษาโดยครอบครัว
(home school) ที่ รั บ รองสิ ท ธิ ข องผู ้ จั ด การศึ ก ษา
โดยครอบครัวให้สามารถด�ำเนินการจัดการศึกษาให้แก่
ผู้เรียน รวมทั้งเชื่อมโยงฐานข้อมูลการศ���กษาของผู้เรียน
ในแต่ ล ะระบบการศึ ก ษาเพื่ อ เปิ ด โอกาสการเรี ย นรู ้
ที่เหมาะสมกับสถานการณ์
รัฐต้องฟื้นฟูความรู้และเพิ่มเติมการเรียนรู้
ที่สูญหายไปให้แก่ผู้เรียนโดยเร่งด่วน ควบคู่กับ
การส่งเสริมทักษะที่ส�ำ คัญในการสอนให้แก่พ่อแม่
ผู้ปกครอง
จากการส�ำรวจข้อมูลของ ศธ. พบว่า มีนักเรียน
ทีห่ ลุดจากระบบการศึกษาช่วงปี 2564 จ�ำนวน 238,707 คน
และสามารถน�ำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาก่อนปี 2565
ได้แล้ว จ�ำนวน 117,065 คน319 คงเหลือผู้เรียนที่ยัง
มิได้น�ำกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาจ�ำนวน 121,642 คน
จากการด�ำเนินการของรัฐบาลผ่านโครงการพาน้องกลับ
มาเรียน ในปี 2565 ท�ำให้สามารถน�ำผู้เรียนกลับเข้าสู่
ระบบการศึกษาได้เพิ่มอีกจ�ำนวน 103,689 คน คงเหลือ
ผู้เรียนที่ยังไม่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาหรืออยู่ระหว่าง
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
001-234 V9 CS6.indd 78
2. การเข้าถึงการศึกษา
สถานการณ์ ปัญหาหรืออุปสรรค
3/14/23 8:40 PM