รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2565
ในส่วนของพัฒนาการและความท้าทายด้านอืน่ ๆ
พบว่า รัฐบาลโดย ยธ. ได้พิจารณาอนุมัติความช่วยเหลือ
ทางการเงิ น แก่ ผู ้ ไ ด้ รั บ ผลกระทบจากการชุ ม นุ ม ในปี
2564 ที่ยื่นค�ำร้องตาม พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย
และค่าทดแทนและค่าใช้จา่ ยแก่จำ� เลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544
เกื อ บทั้ ง หมด ซึ่ ง รวมถึ ง ผู ้ ที่ เ สี ย ชี วิ ต จากเหตุ ก ารณ์
การชุมนุมในปี 2564 และจากการบังคับใช้ประกาศของ
กทม. ที่ก�ำหนดพื้นที่ที่ไม่ต้องแจ้งการชุมนุมล่วงหน้า
ต่อสถานีตำ� รวจในท้องทีต่ าม พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ
พ.ศ. 2558 แต่ให้แจ้งต่อส�ำนักงานเขตพื้นที่ ซึ่งประกาศ
ดังกล่าวอาจสนับสนุนให้ผู้ชุมนุมมีทางเลือกและได้รับ
การอ�ำนวยความสะดวกมากขึ้นในการจัดหรือเข้าร่วม
การชุมนุม อย่างไรก็ตาม ยังพบว่าผู้ได้รับผลกระทบจาก
การใช้เสรีภาพในการชุมนุมที่ยื่นขอความช่วยเหลือตาม
พ.ร.บ. ค่าตอบแทนผูเ้ สียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จา่ ย
แก่จำ� เลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 มีจำ� นวนน้อย ซึง่ รัฐบาล
ควรพิจารณาให้ ความช่ วยเหลื อ เยี ย วยาผู ้ที่ถู ก ละเมิด
สิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ แม้ว่าผลกระทบหรือ
ความเสี ย หายนั้ น อาจเกิ ด จากการปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ข อง
เจ้าหน้าที่รัฐโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งรวมถึงผู้ต้องหา
ทีไ่ ม่ปฏิบตั ติ ามค�ำสัง่ ของเจ้าหน้าทีต่ าม พ.ร.บ. การชุมนุม
สาธารณะ พ.ศ. 2558 มาตรา 21 มาตรา 23 และมาตรา
24 ที่อาจถูกจับกุมหรือด�ำเนินคดีโดยไม่สอดคล้องกับ
กติกา ICCPR ข้อ 9 และข้อ 10
ข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
กสม. เห็นควรมีข้อเสนอแนะ ดังนี้
1) รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรอ�ำนวย
ความสะดวกให้ ป ระชาชนได้ ใช้ เ สรี ภ าพในการชุ ม นุ ม
โดยสงบตามที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญและกติกา
ICCPR ซึง่ การอ�ำนวยความสะดวกนีย้ งั รวมถึงผูท้ เี่ กีย่ วข้อง
กับการชุมนุมอืน่ ๆ เช่น สือ่ มวลชน เจ้าหน้าทีห่ รืออาสาสมัคร
ทางการแพทย์ ผู้สังเกตการณ์ รวมถึงประชาชนทั่วไป
001-234 V9 CS6.indd 33
33
ทีไ่ ม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม แต่ได้รบั ผลกระทบจากการชุมนุม
เป็นต้น
2) รัฐบาลโดย ตร. ควรเน้นย�้ำให้เจ้าหน้าทีท่ ดี่ แู ล
การชุมนุมโดยสงบปฏิบัติตามกฎหมายหรือแผนการดูแล
การชุมนุมสาธารณะที่สอดคล้องกับหลักการสากล ซึ่ง
รวมถึงหลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้ก�ำลังและอาวุธปืน
ของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย และแนวปฏิบัติด้าน
สิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มี
ความร้ายแรงต�ำ่ ในการบังคับใช้กฎหมาย ภายหลังการปฏิบตั ิ
หน้าที่ทุกครั้งจะต้องมีการรายงานผลต่อผู้บังคับบัญชา
รวมทั้งควรก�ำชับเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะผู้บังคับ
บัญชาและเจ้าหน้าทีช่ ดุ ควบคุมฝูงชนให้ทบทวนการปฏิบตั ิ
หน้ า ที่ เ พื่ อ ปรั บ ปรุ ง ประสิ ท ธิ ภ าพประสิ ท ธิ ผ ล และ
เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและเคารพเสรีภาพในการ
ชุมนุมโดยสงบขอ���ประชาชน
3) รัฐบาลควรมอบหมายให้ ตร. พิจารณาร่วมกับ
อส. น� ำ ค� ำ พิ พ ากษาของศาลยุ ติ ธ รรมที่ คุ ้ ม ครองผู ้ ใช้
เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ ซึ่งได้รับการรับรองตาม
รัฐธรรมนูญและกติกา ICCPR มาเป็นแนวทางในการ
ด�ำเนินคดี เนื่องจากการฟ้องคดีจ�ำนวนมากที่ไม่มีพยาน
หลักฐานชัดเจนเพียงพออาจก่อให้เกิดความหวาดกลัว
(chilling effect) ต่อประชาชนในการใช้สิทธิเสรีภาพ
และท�ำให้มีคดีขึ้นสู่ศาลโดยไม่จ�ำเป็น
4) ในการปฏิบตั ติ อ่ ผูถ้ กู กล่าวหาทีเ่ ป็นเด็ก รัฐบาล
โดย ตร. ควรค�ำนึงถึงความปลอดภัยทั้งทางร่างกายและ
จิตใจของเด็กเป็นส�ำคัญ มีการอบรมฝึกฝนเจ้าหน้าที่
อย่ า งเพี ย งพอ ในการปฏิ บั ติ ต ่ อ เด็ ก ที่ ถู ก กล่ า วหาว่ า
ได้กระท�ำผิดกฎหมาย ไม่ควรจับกุมหรือควบคุมตัวเด็กไว้
เป็นเวลานาน และส�ำนักงานศาลยุติธรรมควรอ�ำนวย
ความสะดวกให้ ผู ้ ถู ก กล่ า วหาที่ เ ป็ น เด็ ก โดยค� ำ นึ ง ถึ ง
ความปลอดภั ย ทั้ ง ทางร่ า งกายและจิ ต ใจของเด็ ก
เป็นส�ำคัญ จะต้องมีสหวิชาชีพคอยให้ค�ำปรึกษาแก่เด็ก
อยู ่ เ สมอ และเด็ ก ควรได้ รั บ โอกาสอย่ า งเหมาะสม
ในการแก้ไขฟื้นฟูเพื่อกลับคืนสู่สังคมมากกว่าการรับโทษ
ในสถานที่ควบคุมตัวของรัฐ
3/14/23 8:40 PM