สถานะ (SCA) ใน GANHRI ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2565 เกี่ยวกับผลการประเมิน สถานะของ กสม. ไทย โดยใน Session การประเมิน ของ SCA เมือ่ วันที่ 15 มีนาคม 2565 มีรายละเอียด ดังนี้ ร าย งานผล การ ปฏิ บั ติ งานค ณะกร รม การสิ ท ธิ ม นุษ ยชน แ ห่ ง ชา ติ ประ จำ � ปี ง บประ ม า ณ พ .ศ. 25 6 5 1) SCA ได้เสนอให้ กสม. ได้รับสถานะ A 72 2) SCA ชืน่ ชมความพยายามอย่างต่อเนือ่ งของ กสม. ในการส่งเสริมและคุม้ ครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย รวมถึงความพยายามที่จะด�ำเนินการตามข้อเสนอแนะ ของ SCA ในครั้งก่อน โดยการผลักดันผ่านกิจกรรม ต่าง ๆ นับตั้งแต่การเข้ารับการทบทวนการประเมิน สถานะครั้ ง ล่ า สุ ด เมื่ อ ปี 2563 อาทิ การจั ด ท� ำ ร่ า ง กฎหมายเพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ยกเลิก มาตรา 26 (4) และเสนอแนะให้ยกเลิกมาตรา 247 (4) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 3) SCA ให้ ข ้ อ เสนอแนะต่ อ การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ของ กสม. 5 ประเด็น ประกอบด้วย 3.1) การสนั บ สนุ น การให้ สั ต ยาบั น /หรื อ ภาคยานุวัติตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน ตามที่ กสม. ได้เสนอแนะให้รัฐบาลไทยให้สัตยาบัน ในพิ ธี ส ารเลื อ กรั บ ของอนุ สั ญ ญาต่ อ ต้ า นการทรมาน (OPCAT) และอนุ สั ญ ญาระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ย การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูก บังคับ (CPED) จึงเสนอแนะให้ กสม. ด�ำเนินการตามอาณัติ ของตนโดยการสนับสนุนให้เกิดการให้สัตยาบันหรือ ภาคยานุวตั ติ ราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน 3.2) การด�ำเนินความร่วมมือกับภาคประชาสังคม ตามที่ กสม. ได้ ใ ห้ ข ้ อ มู ล เกี่ ย วกั บ ความร่ ว มมื อ ของ กสม. กั บ องค์ ก รภาคประชาสั ง คม จึ ง เสนอแนะ ให้ กสม. ด� ำ เนิ น การเสริ ม สร้ า งความสั ม พั น ธ์ อ ย่ า ง เป็นทางการในการท�ำงานและการสร้างความร่วมมือ กับองค์กรภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ในวงกว้างที่สุด 3.3) การติดตามการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะ ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กสม. จัดตัง้ หน่วยงาน ภายในขึ้นเป็นหน่วยเฉพาะเพื่อติดตามการปฏิบัติตาม ข้ อ เสนอแนะของ กสม. อย่ า งใกล้ ชิ ด และจริ ง จั ง จึงเสนอแนะให้ กสม. ด�ำเนินการติดตามผล (Follow-up) อย่างเข้มงวดต่อไป 3.4) ความเป็นพหุนิยมและความหลากหลาย ของสมาชิกและเจ้าหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะช่วยอ�ำนวยให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีคุณค่าและมีความสามารถในการจัดการกับปัญหา สิทธิมนุษยชนทั้งหมดที่มีผลกระทบต่อสังคมในพื้นที่ ด�ำเนินการ และยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนทุกคน ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงสถาบันสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้ 3.5) การท�ำหน้าทีก่ งึ่ ตุลาการ ตามที่ กสม. ได้จดั ท�ำ ร่างกฎ��มายเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ กสม. มีอ�ำนาจไกล่เกลี่ยข้อพิพาท โดยร่างกฎหมาย ฉบับแก้ไขผ่านกระบวนการปรึกษาหารือสาธารณะแล้ว และได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อน�ำเข้าสู่การพิจารณา ของรัฐสภาแล้ว จึงเสนอแนะให้ กสม. ด�ำเนินความ พยายามเพื่อผลักดันให้มีการขยายหน้าที่และอ�ำนาจ ในการจัดการเรือ่ งร้องเรียนให้รวมถึงอ�ำนาจในการแสวงหา ข้อยุติของข้อพิพาทโดยสมานฉันท์ผ่านกระบวนการ ไกล่เกลี่ยต่อไป หลังจากที่ กสม. ได้รบั พิจารณาสถานะกลับสูส่ ถานะ A แล้ว เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ส�ำนักงาน กสม. ได้ จั ด เวที ผู ้ มี ส ่ ว นได้ ส ่ ว นเสี ย เพื่ อ ทบทวนภายหลั ง การประเมินสถานะของ กสม. ให้กับเจ้าหน้าที่ภายใน

Select target paragraph3