67 ผู้ฟูองคดีไม่ได้รับความเป็นธรรมในการทดสอบสายตาบอดสี เนื่องจากผู้ฟูองคดีสามารถมองเห็นสัญญาณไฟ จราจรได้อย่างชัดเจน การกําหนดวิธีการทดสอบสายตาบอดสีตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกดังกล่าวเป็น การละเมิดสิทธิเสรีภาพผู้ฟูองคดี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีหนังสือขอความร่วมมือไปยังผู้ถูก ฟูองคดีให้ผู้ฟูองคดีเข้ารับการทดสอบสายตาบอดสีอีกครั้ง ผู้ฟูองคดีจึงได้เข้ารับการทดสอบสายตาอีกครั้งโดย แบ่งการทดสอบทั้งหมดเป็นสี่แบบ คือ แบบที่หนึ่ง ทดสอบสายตาบอดสี แบบที่สอง ทดสอบสายตาทางกว้าง โดยทดสอบการมองเห็นด้านซ้ายและด้านขวาเป็นมุมกว้าง 75 องศา และบอกสีแดง สีเขียว สีเหลือง ที่ปรากฏ ให้ถูกต้อง แบบที่สาม ทดสอบปฏิกิริยา แบบที่สี่ ทดสอบสายตาทางลึก ผลการทดสอบปรากฏว่า ผู้ฟูองคดี ผ่านการทดสอบแบบที่สอง แบบที่สาม และแบบที่สี่ แต่การทดสอบแบบที่หนึ่งซึ่งเป็นการทดสอบสายตาบอดสี ผู้ฟูองคดีอ่านสีเขียวและสีเหลืองได้ถูกต้องแต่ไม่สามารถอ่านสีแดงได้ทั้งสามครั้งผู้ฟูองคดีจึงไม่ผ่านการทดสอบ ผู้ฟูองคดีเห็นว่าระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมาย ว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. 2549 ในส่วนที่ 1 การทดสอบสมรรถภาพของร่างกาย ข้อ 20 (3) การทดสอบสายตาบอดสี เป็นการกําหนดวิธีการทดสอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จําเป็นหรือสร้างภาระให้เกิด กับประชาชนเกินสมควร และเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในการขับรถยนต์จะใช้ สายตาเพียงการมองสีสัญญาณไฟจราจรและเครื่องหมายสัญญาณทางจราจรเท่านั้นและมีข้อมูลทางการแพทย์ ระบุว่าบุคคลผู้ที่มีอาการตาบอดสีส่วนใหญ่สามารถบอกสีของสัญญาณไฟจราจรได้ อีกทั้งตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผู้ฟูองคดีได้รับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ตลอดชีพ ผู้ฟูองคดีไม่เคยฝุาฝืนสัญญาณไฟจราจรและไม่เคย ประสบอุบัติเหตุจากการฝุาฝืนสัญญาณไฟจราจร แผ่นภาพที่นํามาใช้ทดสอบสายตาบอดสีเป็นแบบทดสอบที่มี มาตรฐานสูงเกินความจําเป็น ขอให้ศาลมีคํา พิพากษาหรือคําสั่งเพิกถอนระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย การอบรมและทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ.2549 เฉพาะส่วนที่ 1 การทดสอบ สมรรถภาพของร่างกาย ข้อ 20 (3) หรือแก้ไขระเบียบดังกล่าว โดยให้นําสัญญาณไฟจราจรจริงมาใช้ทดสอบ ตาบอดสีแทนแผ่นภาพทดสอบ แต่ประเด็นของการฟูองร้องในศาลปกครองในกรณีนี้ไม่ได้รับการวินิจฉัยในเนื้อหา ของเรื่อง เนื่องจากเป็นคดีที่ศาลปกครองไม่อาจรับเรื่องไว้พิจารณาพิพากษาได้เนื่องจากล่วงเลยระยะเวลาการ ฟูองคดี (คําร้องที่ 683/2552 คําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 127/2553) กรณีศึกษาที่ 2 ตาบอดสีกับการสอบเข้าเตรียมทหาร การสอบเข้าเตรียมทหารนั้น เรื่องของ “ตาบอดสี (Color blindness)” เป็นสิ่งที่ขัดต่อการ เข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ซึ่งปัญหานี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม เพราะบางคนไม่ทราบเลยว่า ตัวเองมี อาการตาบอดสีที่เป็นความผิดปกติอย่างหนึ่งของสายตาที่ทําให้เรามองเห็นสีของสิ่งต่างๆ ผิดแผกไปจากเดิม อาจมีหลายแบบ เช่น ตาบอดสีเขียว จะเห็นสีเขียวเป็นสีเทาหรือสีอื่นๆ สิ่งนี้ในทางทหาร และตํารวจถือว่าเป็น อุป สรรคในการปฏิบั ติงาน โดยกรณีศึกษาตัว อย่าง การสอบเข้าทหารเรือ หรือทหารอากาศที่ต้องบังคับ ยานพาหนะที่ต้องดูสีของไฟอุปกรณ์ต่างๆ เป็นสัญญาณอาจทําให้เกิดข้อผิดพลาดได้ ดังนั้น บุคคลผู้ที่มีอาการ ตาบอดสี จึงไม่สามารถเข้ารับการศึกษาได้ โดยมีการกําหนดคุณสมบัติของผู้สมัครไว้โดยชัดเจนว่าไม่รับบุคคล ผู้ที่มีอาการตาบอดสี

Select target paragraph3