บทที่ ๑ สิทธิและเสรีภาพที่พึงได้รับการคุ้มครองของไทย ๒. มาตรฐานอื่น ๆ ตลอดจนการยอมรับ หรือให้ค�ำปฏิญาณต่อกลไกต่าง ๆ นอกจากสนธิสัญญาหลักและพิธีสารข้างต้นแล้ว ประเทศไทยยังให้สัตยาบันกับอนุสัญญาที่จัดท�ำขึ้นโดยองค์การ แรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO)๑๒ จ�ำนวน ๑๔ ฉบับ ได้แก่ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๔ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๙ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๒๙ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๐ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๘ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๐๐ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๐๔ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๐๕ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๑๖ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๒๒ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๒๓ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๒๗ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๓๘ อนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๑๘๒ การหยุดพักผ่อนประจ�ำสัปดาห์ในงานอุตสาหกรรม พ.ศ. ๒๔๖๔ (๑๙๒๑) การปฏิบัติโดยเท่าเทียมกันในเรื่องค่าทดแทนส�ำหรับคนงานชาติในบังคับและคนต่างชาติ พ.ศ. ๒๔๖๘ (๑๙๒๕) การเกณฑ์แรงงาน หรือแรงงานบังคับ พ.ศ. ๒๔๗๓ (๑๙๓๐) การแก้ไขบางส่วนของอนุสัญญา พ.ศ. ๒๔๘๙ (๑๙๔๖) การจัดตั้งบริหารจัดหางาน พ.ศ. ๒๔๙๑ (๑๙๔๘) ค่าตอบแทนที่เท่ากัน พ.ศ. ๒๔๙๔ (๑๙๕๑) การเลิกบังคับทางอาญาแก่กรรมกรพื้นเมืองที่ละเมิดสัญญาจ้าง พ.ศ. ๒๔๙๘ (๑๙๕๕) การยกเลิกแรงงานบังคับ พ.ศ. ๒๕๐๐ (๑๙๕๗) การแก้ไขบางส่วนของอนุสัญญา พ.ศ. ๒๕๐๔ (๑๙๖๑) นโยบายการท�ำงาน พ.ศ. ๒๕๐๗ (๑๙๖๔) อายุขั้นต�่ำที่อนุญาตให้ท�ำงานในเหมืองใต้ดิน พ.ศ. ๒๕๐๘ (๑๙๖๕) น�้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตให้คนงานคนหนึ่งแบกหามได้ พ.ศ. ๒๕๑๐ (๑๙๖๗) อายุขั้นต�่ำที่อนุญาตให้จ้างงานได้ พ.ศ. ๒๕๑๖ (๑๙๗๓) การห้ามและการด�ำเนินการโดยทันทีเพื่อขจัดรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดของการใช้แรงงานเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๒ (๑๙๙๙) ในส่วนของปฏิญญา ข้อมติ มาตรฐาน แนวทาง ข้อก�ำหนดระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน ตลอดจนค�ำมั่นโดยสมัครใจ (pledge) และ/หรือค�ำรับรอง (accept) ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้ไว้ต่อประชาคม ระหว่างประเทศ หรือแม้แต่การด�ำเนินการของกลไกซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎบัตรแห่งสหประชาชาติ (Charter-based) โดยมี บทบาทหน้าที่ตามมติของที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council) และ/หรือมติ ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) อาทิ คณะท�ำงาน (Working Group) ผูร้ ายงานพิเศษ (Special Rapporteur) หรือผู้แทนพิเศษ (Special Representative) แม้ว่าจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ ก็ เป็ น กระบวนการทางสังคมและการเมืองระหว่ า งประเทศ ที่ มี ผ ลต่ อ การส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน ภายในประเทศ โดยปัจจุบนั กระบวนการหนึง่ ทีป่ ระเทศไทยในฐานะสมาชิก (รัฐภาคี) ๑ ใน ๑๙๓ ประเทศขององค์การสหประชาชาติ (United Nations)๑๓ ได้ให้ความส�ำคัญ คือ การเสนอรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ภายใต้ กระบวนการ Universal Periodic Review (UPR) ซึ่งในกระบวนการทบทวน รอบที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๙ รัฐบาลไทยได้ให้ค�ำมั่นโดยสมัครใจ จ�ำนวน ๗ ข้อ ในขณะที่ได้รับข้อเสนอแนะจากกระบวนการ UPR ทั้งสิ้น ๒๔๙ ข้อ ๑๒ มีสถานะเป็นทบวงช�ำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ (specialized agency) โดยมีหน้าทีห่ ลัก��นการส่งเสริมการปรับปรุงสภาพชีวติ ของผูใ้ ช้แรงงาน ผ่านการก�ำหนด ติดตาม และก�ำกับมาตรฐาน ในด้านการจ้างงาน ค่าจ้าง ระยะเวลาการปฏิบัติงาน การประกันสังคม และอื่น ๆ. ๑๓ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) เป็นองค์การระหว่างประเทศซึ่งมีความมุ่งหมายเพื่ออ�ำนวยความสะดวกแก่ความร่วมมือในกฎหมายระหว่างประเทศ ความมั่นคงระหว่างประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจ กระบวนการทางสังคม สิทธิมนุษยชน และการบรรลุสันติภาพโลก สหประชาชาติก่อตั้งขึ้นใน ๒๔๘๘ (๑๙๔๕) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เพื่อแทนที่สันนิบาตชาติ เพื่อ ยุติสงครามระหว่างประเทศ เพื่อเป็นเวทีส�ำหรับการเจรจา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 61 บทที่ ๑

Select target paragraph3