ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นบ่อเกิดหลักของกฎหมาย และหลักกฎหมายแบบอิงเกณฑ์ค�ำพิพากษา (common law) ซึ่งใช้แนวทาง ค�ำพิพากษาของศาลเป็นบ่อเกิดหลักของกฎหมาย นั่นหมายถึง ระบบกฎหมายของประเทศไทยพิจารณาทั้งกฎหมาย ที่บัญญัติหรือประมวลไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และน�ำแนวค�ำพิพากษาของศาลมาพิจารณาประกอบในบางส่วน ข. กฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนกับประเทศไทย ๑. สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน และพิ ธีสารเลือกรับ (Optional Protocol : OP) ของสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี๑๐ สิทธิที่ได้รับการรับรองจากสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี รัฐจึงมีหน้าที่ (obligations) ที่จะต้องด�ำเนินการให้สอดคล้อง และ/หรือ เป็นไปตามมาตรฐานที่รับเอาไว้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคี สนธิสญ ั ญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน ๗ ฉบับ (จากทัง้ หมด ๙ ฉบับ) และเข้าเป็นภาคีพธิ สี ารเลือกรับ (OP) ๕ ฉบับ ของสนธิสญ ั ญา หลักข้างต้นในบางฉบับ ซึ่งส่งผลให้เกิดรูปธรรมของการปฏิบัติเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ หรือการจัดตั้งกลไก เพิ่มเติมจากข้อบทในสนธิสัญญาหลักนั้น ๆ สนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนและพิธีสารเลือกรับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคี เรียงตาม ล�ำดับจากการมีผลใช้บังคับกับประเทศไทย สรุปได้ดังนี้ ๑.๑ อนุสญ ั ญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบตั ติ อ่ สตรีในทุกรูปแบบ (International Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women : CEDAW) มีผลใช้บงั คับกับประเทศไทย เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๒๘ ประเทศไทยเข้าเป็นภาคี โดยการภาคยานุวัติในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๒๘ โดยท�ำถ้อยแถลงตีความไว้ ๑ ข้อ เกีย่ วกับการบังคับใช้ภายในประเทศ ต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และปัจจุบนั ยังคงเหลือ ข้อสงวน ๑ ข้อ คือ การให้อ�ำนาจศาลโลกในการตัดสินกรณีพิพาท เนื้อหามีทั้งหมด ๓๐ ข้อบท แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนที่หนึ่ง (ข้อบทที่ ๑ - ๑๖) เป็นสารบัญญัติว่าด้วยสิทธิต่าง ๆ ของสตรี การขจัดการเลือกปฏิบัติ ต่อสตรี รวมทัง้ การประกันว่าสตรีและบุรษุ มีสทิ ธิทจี่ ะได้รบั การปฏิบตั แิ ละดูแลจากรัฐอย่างเสมอภาคกัน โดยรัฐภาคี มีหน้าที่ต้องก�ำหนดมาตรการ เพื่อเสริมสร้างความเท่าเทียมกันระหว่างบุรุษและสตรี ปรับรูปแบบทางสังคม และ วัฒนธรรมเพื่อให้เอื้อต่อการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรี ปราบปรามการลักลอบค้าและแสวงประโยชน์ทางเพศ ต่อสตรี ประกันความเท่าเทียมกันระหว่างบุรุษและสตรีในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการด�ำรงชีวิตทั้งในระดับ ประเทศและระหว่างประเทศ เช่น สิทธิในการเลือกตั้ง การสนับสนุนให้ด�ำรงต�ำแหน่งที่ส�ำคัญ ความเท่าเทียมกัน ในกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ และการศึกษา การได้รับโอกาสในการจ้างงานที่เท่าเทียมกัน การป้องกันความ รุนแรงต่อสตรีในสถานที่ท�ำงาน ความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การประกันความเป็นอิสระ ด้านการเงิน และความมั่นคง ด้านสังคมและการให้ความส�ำคัญแก่สตรีในชนบท ความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย (โดยเฉพาะด้านแพ่ง และครอบครัว) ซึ่งประกันความเท่าเทียมกันในชีวิตส่วนบุคคล ๑๐ The Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights. (2016). The Core International Human Rights Instruments and their monitoring bodies. Retrieved from www.ohchr.org/EN/ProfessionalInterest/Pages/CoreInstruments.aspx 52 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐

Select target paragraph3