บทที่ ๑ สิทธิและเสรีภาพ ที่พึงได้รับการคุ้มครองของไทย ก. ระบบการเมืองการปกครอง รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ของประเทศไทย ประเทศไทยมีรูปแบบการเมืองการปกครองแบบนิติรัฐ ยึดกรอบการปฏิบัติตาม กฎหมายเป็นส�ำคัญ๓ และถือแนวปฏิบัติของการมีอ�ำนาจทางกฎหมายเหนือดินแดน ในการปกครองของตนเอง โดยมีรฐ ั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ประเทศไทยประกาศใช้พระราชบัญญัตธิ รรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชัว่ คราว พุ ทธศักราช ๒๔๗๕ และต่อมาได้ประกาศรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุ ทธศักราช ๒๔๗๕ ณ วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ เป็นการเปลีย ่ นแปลงการเมืองการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริยท ์ รงเป็นพระประมุข และปัจจุบน ั รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ๔ พุ ทธศักราช ๒๕๖๐ ประกาศใช้บง ั คับเมือ ่ วันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๒๐ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับนี้ มีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลในหมวดทั่วไป และ รับรองสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยไว้ในหมวด ๓ โดยวางหลักให้สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยนอกจากที่ ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว การใดที่ไม่ได้ห้ามไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น และการนั้นไม่กระทบต่อ ความมัน่ คงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมถึงไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลอืน่ นัน้ ย่อมมี สิทธิและเสรีภาพกระท�ำการนั้นได้โดยได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ๓ แนวความคิดเรื่องนิติรัฐหรือหลักนิติธรรม (Rule of law) มาจากแนวคิดที่ว่า การปกครองที่ดีไม่ใช่การปกครองโดยปุถุชน หากแต่เป็นการปกครองโดยกฎหมาย เพราะการปกครองโดย ปุถุชนย่อมเสี่ยงต่อการปกครองตามอ�ำเภอใจ ขณะที่การปกครองโดยกฎหมายเอื้ออ�ำนวยต่อการที่จะมีความเสมอภาค (equality) และเสรีภาพ (liberty) มากกว่า เพราะหากมีการปกครอง โดยหลักนิติธรรมอยู่จริง ทุกคนก็จะมีความเสมอภาคกันในสายตาของกฎหมาย และมีเสรีภาพ คือ ปราศจากความหวาดกลัวว่าจะมีการใช้อ�ำนาจตามอ�ำเภอใจโดยผู้ปกครอง แนวความคิด นี้จึงเป็นที่มาของลัทธิรัฐธรรมนูญนิยม (constitutionalism) โดยประเทศที่เป็นนิติรัฐมีลักษณะส�ำคัญ คือ (๑) กฎหมายในประเทศนั้น ๆ เป็นไปตามกฎหมายและชอบด้วยกฎหมาย โดยมี การบัญญัติหลักประกันสิทธิและเสรีภาพของราษฎรอยู่ในกฎหมาย หากเจ้าหน้าที่รัฐย่อมมีความผิดทางกฎหมาย หากกระท�ำการใด ๆ ที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพโดยไม่มีกฎหมายให้อ�ำนาจ (๒) ในประเทศที่เป็นนิติรัฐ มีการก�ำหนดขอบเขตอ�ำนาจหน้าที่ของรัฐไว้อย่างชัดเจน โดยแบ่งอ�ำนาจเป็น ๓ ส่วน คือ อ�ำนาจนิติบัญญัติ อ�ำนาจบริหาร และอ�ำนาจตุลาการ มีขอบเขตในการ ใช้อ�ำนาจของรัฐ (เจ้าหน้าที่รัฐ) ที่ลดหลั่นไปตามระดับ มีการควบคุมการใช้อ�ำนาจในขอบเขตอย่างชัดเจน และ (๓) ในประเทศที่เป็นนิติรัฐ ศาลยุติธรรม (ผู้พิพากษา) จะต้องมีอิสระในการ พิจารณาพิพากษาคดี (ทั้งในคดีแพ่ง คดีอาญา คดีปกครอง และอื่นๆ) โดยมีหลักประกันดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญและท�ำหน้าที่ควบคุมฝ่ายปกครองโดยการใช้กฎหมาย. ๔ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. (๒๕๖๐). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐. สืบค้นจาก www.senate.go.th 48 | รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๐

Select target paragraph3