บทสรุปเชิงผู้บริหาร
กลุ่มวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ
สังคมไทยมีพัฒนาการการยอมรับอัตลักษณ์ ความหลากหลาย และการแสดงออกทางเพศเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่ยังพบ
ปัญหา อุปสรรค ที่เป็นข้อท้าทายใน ๔ ด้านส�ำคัญที่เป็นผลม���จากโครงสร้าง ทัศนคติ และความเข้าใจต่าง ๆ กล่าวคือ
การตีตราและการคุกคามทางเพศและการกระท�ำความรุนแรงต่อบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในสถานการณ์ทั่วไป
โดยเฉพาะอย่างยิง่ การผลิตซ�ำ้ ของสือ่ ทีแ่ สดงทัศนะต่อบุคคลทีม่ คี วามหลากหลายทางเพศในลักษณะเหมารวมและผิดปกติ
จากคนทั่วไป การมีกฎหมายหรือนโยบายที่กีดกันลักษณะการแสดงวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ (อาทิ การแต่งกายของ
นักศึกษาข้ามเพศ) การเลือกปฏิบัติในเชิงระบบ และการกีดกันมิให้บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเข้าใช้บริการ หรือ
สถานที่ในบางแห่ง
ปี ๒๕๖๐ มีสถานการณ์ทเี่ ป็นข้อท้าทายต่อความเข้าใจเกีย่ วกับเพศสภาพ โดยยังพบลักษณะของการตีความหรือช่องว่าง
ให้เกิดการตีความซึ่งส่งผลต่อการเลือกปฏิบัติในพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยบัญญัติให้มี
การเลือกปฏิบัติได้ด้วยเหตุผลตามหลักการทางศาสนาหรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและ
ความปลอดภัย ซึ่งขัดกับความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการประจ�ำกติกา CEDAW นอกจากนั้น ยังพบว่า พระราชบัญญัติ
คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. ๒๕๕๘ ให้สิทธิเฉพาะกับสามีภริยาที่ชอบ
ด้วยกฎหมายเท่านั้นในการมีบุตรโดยให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทน ทั้งที่เป็นสิทธิในการก่อตั้งครอบครัว ซึ่งการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน
ฉันท์สามีภริยา โดยประสงค์จะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ย่อมเป็นการก�ำหนดร่วมกันของสามีภริยา รวมถึงการกีดกันสิทธิในการ
สร้ า งครอบครั ว ของคู ่ รั ก เพศเดี ย วกั น ซึ่ ง เป็ น เรื่ อ งที่ จ� ำ เป็ น ต้ อ งปรั บ ปรุ ง แก้ ไ ขและพั ฒ นากฎหมายฉบั บ ต่ า ง ๆ
ที่เกี่ยวข้องในโอกาสต่อไป
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 25
บทสรุป
ดังนั้น รัฐจึงควรให้ความส�ำคัญกับการด�ำเนินการใด ๆ เพื่อขจัดแนวความคิดแบบเก่าเกี่ยวกับบทบาทของบุรุษ
และสตรีในทุก ๆ ระดับ และทุก ๆ รูปแบบของการศึกษา โดยอาจบรรจุหลักสูตร/บทเรียนทีเ่ กีย่ วกับความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ
ไว้ในทุกระดับการศึกษา อีกทัง้ รัฐควรพิจารณาให้มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดหรือการคุกคามทางเพศ
ในการท�ำงาน มีสภาพในลักษณะบังคับ มีบทลงโทษที่ชัดเจน และขอให้รัฐให้ความส�ำคัญกับการก�ำหนดอายุขั้นต�่ำ
ทีจ่ ะจดทะเบียนสมรสทัง้ หญิงและชายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล คือ อายุขนั้ ต�ำ่ ทีส่ ดุ ของการแต่งงานควรอยูท่ ี่ ๑๘ ปี