๕. ปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพ (health determinants)
การเข้ า ถึ ง สิ ท ธิ ด ้ า นสุ ข ภาพได้ ข ยายไปถึ ง ปั จ จั ย
ที่มีผลต่อสุขภาพ การใช้สารเคมีป้องกันและก�ำจัดศัตรูพืช
ที่ ต กค้ า งในสิ่ ง แวดล้ อ มสามารถส่ ง ผลกระทบต่ อ
สุขภาพได้ ในประเด็นนี้ สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่
๕ (พ.ศ.๒๕๕๕) ได้ มี ข ้ อ มติ เ กี่ ย วกั บ ความปลอดภั ย
ทางอาหาร: การแก้ไขปัญหาจากสารเคมีก�ำจัดศัตรูพืช
และการพัฒนากลไกและกระบวนการที่สามารถรับมือ
ผลกระทบด้านสุขภาพจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
โดยเฉพาะอาหารและสิ น ค้ า เกษตรที่ เ ป็ น อาหาร
ซึ่ ง เป็ น นโยบายสาธารณะเพื่ อ สุ ข ภาพแบบมี ส ่ ว นร่ ว ม
(participatory health public policy)๑๖๖ กระทรวง
สาธารณสุข โดยส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ
(สช.) ได้ ด� ำ เนิ น การขั บ เคลื่ อ นข้ อ มติ ดั ง กล่ า ว
อย่างต่อเนื่องร่วมกับนักวิชาการและภาคประชาสังคม
เพื่ อ กระตุ ้ น ให้ รั ฐ บาลด� ำ เนิ น การแก้ ไ ขปั ญ หาเกี่ ย วกั บ
การใช้สารเคมีป้องกันและก�ำจัดศัตรูพืชอย่างเป็นระบบ
และกระทรวงสาธารณสุขยังได้เสนอรัฐบาลออกกฎหมาย
เพื่ อ แยกการควบคุ ม สารเคมี ท างการเกษตรออกจาก
วัตถุอันตรายทั่วไปอื่น ๆ รวมถึงให้ยกเลิกการใช้สารเคมี
ก�ำจัดศัตรูพืชกลุ่มพาราควอตเพราะมีข้อมูลเชิงวิชาการ
ที่ ยื น ยั น ได้ ว ่ า จะท� ำ ให้ เ กิ ด ผลกระทบต่ อ สุ ข ภาพได้ ๑๖๗
การที่ ก ระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิ ช าการ
เกษตรได้ ต ่ อ ทะเบี ย นใบอนุ ญ าตให้ ส ามารถใช้ ส ารเคมี
กลุ ่ ม พาราควอตต่ อ ไปอี ก ๖ ปี ๑๖๘ ท� ำ ให้ ก ลายเป็ น
ประเด็ น ที่ ไ ด้ รั บ ความสนใจจากสาธารณชนในวงกว้ า ง
ในเดือนมกราคม ๒๕๖๑ นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการ
ให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
และกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ
การใช้สารเคมีและผลกระทบของสารเคมีกลุม่ พาราควอต๑๖๙
ซึ่ ง หน่ ว ยงานทั้ ง สามเห็ น ควรให้ ย กเลิ ก การใช้ ส ารเคมี
กลุ ่ ม ดั ง กล่ า ว รวมทั้ ง ได้ เ สนอข้ อ มู ล วิ ช าการเพื่ อ ให้
คณะอนุกรรมการกลั่นกรองเฉพาะกิจน�ำไปใช้ประกอบ
การพิจารณาหาแนวทางในการควบคุม๑๗๐ แต่ตอ่ มาในเดือน
พฤษภาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมการวัตถุอันตรายภายใต้
พระราชบั ญ ญั ติ วั ต ถุ อั น ตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ มี ม ติ
ไม่ ย กเลิ ก การใช้ ส ารเคมี ป ้ อ งกั น และก� ำ จั ด ศั ต รู พื ช
การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๖๐ พบว่ามีอตั ราการติดเชือ้ รายใหม่
เฉลี่ยวันละ ๑๖ คนซึ่งเป็นอัตราที่ยังสูง๑๖๔ ท�ำให้รัฐบาล
ยั ง คงต้ อ งจั ด สรรงบประมาณในการด� ำ เนิ น งานเพื่ อ ให้
บรรลุ เ ป้ า หมายในการลดการติ ด เชื้ อ เอชไอวี ร ายใหม่
ให้เหลือปีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ คน หรือไม่เกิน ๒.๗ คนต่อวัน
ในปี ๒๕๗๓๑๖๕
บทที่ ๓
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
จาก ไทยมีผู้ติดเชื้อ HIV รายใหม่วันละ 16 คน, โดย Voice TV, ๒๕๖๐. สืบค้นจาก https://voicetv.co.th/read/HJ_Af90lG
จาก สมัชชาสุขภาพ, โดย ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://infocenter.nationalhealth.or.th/node/1947
๑๖๖
จาก สมัชชาสุขภาพ, โดย ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร ส�ำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://infocenter.nationalhealth.or.th/node/1947
๑๖๗
จาก เวที สช. เจาะประเด็นครั้งที่ 1/2561 พาราควอต “ฆ่าหญ้า” vs “คร่าสุขภาพ” คนไทย, โดย ประชาไท, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://prachatai.com/
activity/2018/03/75955
๑๖๘
จาก “พาราควอต” ได้ไปต่ออีก 6 ปี อุตฯ โบ้ยเกษตรไม่มีผลวิเคราะห์อันตราย, โดย ประชาชาติธุรกิจ, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก https://www.prachachat.net/economy/
news-74034
๑๖๙
จาก หนังสือส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๕๐๕/ว๑๖ ลงวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๑ เรื่อง ข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี.
๑๗๐
จาก มติทปี่ ระชุม สธ. ยืนยันแบนการใช้พาราควอต ภายในปี 62, โดย ส�ำนักข่าวอิศรา, ๒๕๖๑. สืบค้นจาก www.isranews.org/isranews-news/63574-paraquat-63574.html
๑๖๔
๑๖๕
99
Select target paragraph3
Connect to a paragraph
Connect to an entity
Disable highlights
Add to table of contents