รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
๑) แม้ ร ่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น และปราบปราม
การทรมานและการกระท�ำให้บุคคลสูญหายฯ ที่ สนช.
มีมติรับหลักการ มีหลักการและสาระส�ำคัญตามอนุสัญญา
CAT แล้วก็ตาม แต่ในการด�ำเนินการตามรัฐธรรมนูญฯ
มาตรา ๗๗ กระทรวงยุติธรรมได้ยกร่างพระราชบัญญัติ
ป้ อ งกั น และปราบปรามการทรมานและการกระท� ำ ให้
บุคคลสูญหายฯ ขึ้นเพื่อรับฟังความคิดเห็นเป็นการเฉพาะ
ซึ่งมีก ารตั ด หลั ก การส�ำคัญบางประการตามอนุ สั ญ ญา
CAT ออกไป โดยเฉพาะหลักการไม่สามารถผ่อนปรนได้
และหลั ก การห้ า มผลั ก ดั น กลั บ ไปเผชิ ญ อั น ตราย
รวมทั้งเมื่อ ครม. เสนอผลการด�ำเนินการดังกล่าวต่อ
สนช. ได้ ป รากฏความเห็ น ของกระทรวงยุ ติ ธ รรม
ให้ ถ อดหลั ก การส� ำ คั ญ ดั ง กล่ า วออกไปจากร่ า ง
พระราชบัญญัติฯ ซึ่งจะมีผลท�ำให้ร่างพระราชบัญญัติฯ๖๙
ไม่ ส อดคล้ อ งกั บ หลั ก การส� ำ คั ญ ของอนุ สั ญ ญา CAT
หากกฎหมายภายใต้ แ นวคิ ด ดั ง กล่ า วมี ผ ลบั ง คั บ ใช้
บุคคลจะไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากการถูกกระท�ำ
ทรมานและการบังคับสูญหายอย่างเพียงพอ
๒) จากข้อมูลเรือ่ งร้องเรียนต่อ กสม. ทีย่ งั คงมีกรณีกล่าวอ้างว่า
บุคคลถูกเจ้าหน้าทีข่ องรัฐกระท�ำการทรมาน อาจประเมินได้วา่
การกระท�ำของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาจน�ำไปสู่การกระท�ำ
ทรมานและการบังคับให้สญ
ู หายโดยเฉพาะในชัน้ การจับกุม
และการควบคุมตัวยังคงปรากฏอยูอ่ ย่างต่อเนือ่ ง และเป็นที่
น่าสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ถูกร้องเรียนโดยส่วนใหญ่
มักเป็นเจ้าหน้าทีท่ หาร สถานการณ์เช่นนีจ้ งึ พอสะท้อนได้วา่
เจ้ า หน้ า ที่ ใ นฝ่ า ยทหารยั ง ขาดความรู ้ ค วามเข้ า ใจ
ในการปฏิบตั งิ านทีต่ อ้ งค�ำนึงผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ
ในเนือ้ ตัวร่างกายของบุคคล และการจัดการอบรมให้ความรูแ้ ก่
เจ้าหน้าทีอ่ าจ���ังไม่เพียงพอหรือไม่มปี ระสิทธิผลเท่าทีค่ วร
ข้อเสนอแนะ
๑. ในการพิ จ ารณาร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ป ้ อ งกั น
และปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บคุ คลสูญหายฯ
สนช. ควรค�ำนึงถึงความสอดคล้องกับอนุสัญญา CAT
โดยเฉพาะการบัญญัตริ บั รองหลักการไม่สามารถผ่อนปรนได้
และหลักการห้ามผลักดันกลับไปเผชิญอันตราย เพือ่ ประกัน
ว่าหลักการของอนุสัญญา CAT จะมีผลในทางปฏิบัติ
๒. ในระหว่างที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกัน
และปราบปรามการทรมานและการกระท� ำ ให้ บุ ค คล
สูญหายฯ กระทรวงยุตธิ รรมควรด�ำเนินการสร้างความเข้าใจ
ต่อสังคมและหน่วยงานอื่นของรัฐ ถึงความส�ำคัญและ
ความจ�ำเป็นในการป้องกันและปราบปรามการทรมาน
จาก ส�ำเนาหนังสือกระทรวงยุติธรรม ด่วนที่สุด ที่ ยธ ๐๔๐๕/๔๔๗๙ ลงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๑ เรื่อง ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ [เกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ
และร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระท�ำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)] และการด�ำเนินการตามมาตรา ๗๗ วรรคสอง
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เกีย่ วกับพระราชบัญญัตปิ อ้ งกันและปราบปรามการทรมานและการกระท�ำให้บคุ คลสูญหาย พ.ศ. ...., โดย กระทรวงยุตธิ รรม, ๒๕๖๑, กรุงเทพฯ:
กระทรวงยุติธรรม อ้างถึงใน หนังสือส�ำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๓/๔๐๔๔๖ ลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ สืบค้นจาก http://library.senate.go.th/document/
mSubject/Ext84/84162_0003.PDF
๖๙
70