รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ติ ด ตามรายงานสถานะของคดี ท รมานและการบั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ โดยเน้ น การตรวจสอบสถานะคดี การบั ง คั บ บุ ค คลให้ สู ญ หายที่ อ ยู ่ ใ นความสนใจของ องค์ ก ารสหประชาชาติ จ� ำ นวน ๘๒ คดี ๒) คณะ อนุกรรมการเยียวยากรณีถูกกระท�ำทรมานและถูกบังคับ ให้หายสาบสูญ๕๙ มีอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธาน ท�ำหน้าที่ศึกษากฎหมายเกี่ยวกับการเยียวยา เหยื่ อ จากการทรมานและการบั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ ๓) คณะอนุกรรมการป้องกันการกระท�ำทรมานและบังคับ ให้ ห ายสาบสู ญ ๖๐ มี ศ าสตราจารย์ ณ รงค์ ใจหาญ เป็นประธาน ท�ำหน้าทีอ่ บรมหน่วยงานรับเรือ่ งราวร้องทุกข์ และคณะอนุกรรมการคัดกรองฯ จัดท�ำคู่มือการคัดกรอง คดีท รมานและบั ง คับบุคคลให้ห ายสาบสูญ และหารื อ เชิ ง นโยบาย รวมถึ ง จั ด ท� ำ บั น ทึ ก ความตกลงร่ ว มกั บ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ๔) คณะอนุกรรมการคัดกรอง กรณี ถู ก กระท� ำ ทรมานและถู ก บั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ๖๑ แยกตามภู มิ ภ าคต่ า ง ๆ ทั่ ว ประเทศ จ� ำ นวน ๖ ชุ ด มีผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประจ�ำ ภูมิภาค เป็นประธาน ท�ำหน้าที่ในการคัดกรองค�ำร้อง กรณี ถู ก กระท� ำ ทรมานและถู ก บั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ หากเป็นไปตามหลักเกณฑ์ในอนุสัญญา CAT หรือ CPED จะส่ ง ให้ กั บ คณะอนุ ก รรมการติ ด ตามและตรวจสอบฯ พิจารณา ทั้งนี้ ในกรณีที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์จะประสาน หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องเพือ่ พิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป จะเสนอให้องค์การสหประชาชาติทราบต่อไป นอกจากนี้ คณะอนุกรรมการป้องกันการกระท�ำทรมานและบังคับ ให้หายสาบสูญ ได้ฝึกอบรมหน่วยงาน คณะอนุกรรมการ และเจ้ า หน้ า ที่ ที่ มี ห น้ า ที่ บั ง คั บ ใช้ ก ฎหมาย เพื่ อ ให้ สามารถปฏิบัติงานได้ตามแนวทาง มาตรการ และกลไก ที่คณะกรรมการฯ ก�ำหนด ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับอนุสัญญา CAT และ CPED รวมทั้งเพื่อเป็น การป้องกันมิให้เจ้าหน้าทีล่ ะเมิดข้อบทในอนุสญ ั ญาดังกล่าว โดยมี ก ารด� ำ เนิ น การลงพื้ น ที่ แ ล้ ว จ� ำ นวน ๕ ภู มิ ภ าค รวมจ�ำนวน ๒๕๐ คน๖๒ ๒. สถานการณ์ แ ละความคื บ หน้ า กรณี ก ล่ า วอ้ า งว่ า ถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐกระท�ำทรมานหรือบังคับให้สูญหาย ในปี ๒๕๖๑ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับ การกระท� ำ ทรมาน จ� ำ นวน ๒๐ ค� ำ ร้ อ ง ซึ่ ง ส่ ว นใหญ่ กล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ทหารท�ำร้ายร่างกายหรือซ้อม ทรมานระหว่างควบคุมตัวเพื่อให้รับสารภาพในความผิด ที่ถูกกล่าวหา เช่น ค�ำร้องที่ ๔/๒๕๖๑ กรณีกล่าวอ้างว่า เจ้ า หน้ า ที่ ท หารซ้ อ มทรมานและท� ำ ร้ า ยร่ า งกาย เพื่ อ บั ง คั บ ให้ รั บ สารภาพ ค� ำ ร้ อ งที่ ๕๕/๒๕๖๑ กรณี จากการด�ำเนินการของคณะกรรมการจัดการเรื่องราว ร้ อ งทุ ก ข์ ก รณี ถู ก กระท� ำ ทรมานและถู ก บั ง คั บ ให้ ห าย สาบสูญข้างต้นปรากฏข้อมูลว่า การติดตามความคืบหน้า คนที่ ถู ก บั ง คั บ ให้ ห ายสาบสู ญ ที่ มี ก ารร้ อ งเรี ย นต่ อ องค์การสหประชาชาตินั้น มีหลักฐานที่สามารถยืนยัน ได้ว่าไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในบัญชีคนถูกบังคับให้หายสาบสูญ ขององค์การสหประชาชาติ จ�ำนวน ๑๗ ราย (เนื่องจาก สาเหตุเสียชีวิต/ชื่อซ�้ำ/อยู่ในเรือนจ�ำ/มีชีวิตปกติ) และ มี ค วามคื บ หน้ า ทางด้ า นอ� ำ นวยความยุ ติ ธ รรมและ การช่วยเหลือเยียวยาอีกจ�ำนวน ๖๖ ราย ซึง่ คณะกรรมการฯ ค�ำสัง่ คณะกรรมการจัดการเรือ่ งราวร้องทุกข์กรณีถก�� กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ที่ ๒/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐. ค�ำสัง่ คณะกรรมการจัดการเรือ่ งราวร้องทุกข์กรณีถกู กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ที่ ๓/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐. ๖๑ ค�ำสัง่ คณะกรรมการจัดการเรือ่ งราวร้องทุกข์กรณีถกู กระท�ำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ที่ ๑/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑. ๖๒ สรุปผลการด�ำเนินงานสิทธิมนุษยชนที่ส�ำคัญของประเทศไทย ภายใต้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างปี ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑ (น. ๓๘ – ๓๙), โดย กระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ, ๒๕๖๑, กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม. ลิขสิทธิ์ ๒๕๖๑ โดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม. ๕๙ ๖๐ 66

Select target paragraph3