รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
๒.๒ การกระทำ�ทรมาน และการบังคับสูญหาย
ภาพรวม
“การทรมานเพื่ อ ให้ ไ ด้ ม าซึ่ ง ค� ำ รั บ สารภาพ หรื อ การ
ลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม รวมถึงการบังคับบุคคล
สู ญ หาย ในกรณี ที่ บุ ค คลนั้ น ไม่ ย อมให้ ค วามร่ ว มมื อ
กั บ รั ฐ หรื อ มี ก ารกระท� ำ อั น เป็ น อุ ป สรรคหรื อ ต่ อ ต้ า น
การท� ำ งานของเจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ เป็ น การกระท� ำ ที่ ถื อ
ได้ ว ่ า เป็ น การละเมิ ด ต่ อ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน” ๔๔ ข้ อ ความ
ข้างต้นนับเป็นการถ่ายทอดและชี้ให้เห็นถึงความส�ำคัญ
ของสิ ท ธิ แ ละเสรี ภ าพในชี วิ ต และร่ า งกายของบุ ค คล
ที่จะไม่ถูกกระท� ำ ทรมานหรือบังคับสูญหายโดยเฉพาะ
จากการใช้อำ� นาจของเจ้าหน้าทีข่ องรัฐ ซึง่ สิทธิและเสรีภาพนี้
ได้รับการรั��รองในกติกา ICCPR อนุสัญญา CAT๔๕ และ
อนุสัญญา CPED๔๖ ดังนั้น ประเทศไทยในฐานะรัฐภาคี
ของกติ ก า ICCPR และอนุ สั ญ ญา CAT และได้ แ สดง
เจตนาว่าจะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CPED จึงมีหน้าที่
ในการด� ำ เนิ น การป้ อ งกั น มิ ใ ห้ เ กิ ด การกระท� ำ ทรมาน
และการบังคับสูญหาย
ภายใต้การเป็นภาคีอนุสัญญา CAT และความพยายาม
ของรั ฐ บาลในการให้ สั ต ยาบั น อนุ สั ญ ญา CPED
ประเทศไทยยั ง คงประสบปั ญ หาการกล่ า วอ้ า งว่ า
เจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ กระท� ำ ทรมานและบั ง คั บ สู ญ หาย
ซึง่ เป็นผลมาจากการใช้อำ� นาจและการปฏิบตั หิ น้าทีใ่ นการ
จับกุมและควบคุมตัวบุคคล สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทย
อาจขาดหลักประกันที่เพียงพอในการน�ำไปสู่การสืบสวน
สอบสวนและติ ด ตามจั บ กุ ม ตั ว ผู ้ ก ระท� ำ ความผิ ด
มาลงโทษ ทีผ่ า่ นมามีกรณีตวั อย่างทีเ่ กีย่ วข้องกับการกระท�ำ
ทรมานหรือการบังคับสูญหาย เช่น นายสมชาย นีละไพจิตร
นายพอละจี (บิลลี่) รักจงเจริญ และนายเด่น ค�ำหล้า
เป็ น ต้ น บุ ค คลดั ง กล่ า วเป็ น ผู ้ ที่ มี บ ทบาทในการต่ อ สู ้
เรี ย กร้ อ งความเป็ น ธรรมให้ กั บ ประชาชนที่ เ ข้ า ไม่ ถึ ง
ความยุติธรรม การเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินท�ำกินและ
ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีโอกาสท�ำให้เกิดความขัดแย้ง
กั บ เจ้ า หน้ า ที่ ข องรั ฐ จากข้ อ จ� ำ กั ด และสภาพปั ญ หา
จาก กลไกในการป้องกันการทรมานและการบังคับให้บคุ คลสูญหาย, โดย ณรงค์ ใจหาญ, ๒๕๖๐. สืบค้นจาก https://siamrath.co.th/n/19059
ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อปี ๒๕๕๕.
๔๖
คณะรัฐมนตรีได้มมี ติให้ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสญ
ั ญานี้ และ สนช. ได้เห็นชอบตามที่ ครม. เสนอเมือ่ วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๐.
๔๔
๔๕
62