รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
การให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ตามพระราชบั ญ ญั ติ ก องทุ น
ยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘
พระราชบั ญ ญั ติ ก องทุ น ยุ ติ ธ รรม พ.ศ. ๒๕๕๘
มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ ให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ประชาชน
ในการด�ำเนินคดี การขอปล่อยชัว่ คราวผูต้ อ้ งหาหรือจ�ำเลย
การช่ ว ยเหลื อ ผู ้ ถู ก ละเมิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชน และการให้
ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน ระหว่างปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๑ ได้มีการให้ความช่วยเหลือจาก
กองทุนยุติธรรมเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๐๒,๒๖๓,๑๗๕.๒๐ บาท
โดยเป็ น ค่ า ใช้ จ ่ า ยในการปล่ อ ยชั่ ว คราวผู ้ ต ้ อ งหา
หรือจ�ำเลย จ�ำนวน ๓๕๔,๖๖๔,๙๓๑ บาท ค่าใช้จ่าย
ในการด� ำ เนิ น คดี (ค่ า ทนายความ ค่ า ธรรมเนี ย มศาล
ค่ า ใช้ จ ่ า ยอื่ น ในการด� ำ เนิ น คดี เ กี่ ย วกั บ การพิ สู จ น์
ค่าพาหนะเดินทาง เป็นต้น) จ�ำนวน ๔๗,๑๓๔,๕๔๔.๒๐ บาท
ค่าใช้จา่ ยในการให้ความรูท้ างกฎหมาย จ�ำนวน ๔๔๙,๖๐๐ บาท
แ ล ะ ค ่ า ช ่ ว ย เ ห ลื อ ผู ้ ถู ก ล ะ เ มิ ด สิ ท ธิ ม นุ ษ ย ช น
จ�ำนวน ๑๔,๑๐๐ บาท๑๑
ห น ่ ว ย ง า น รั ฐ ไ ด ้ ด� ำ เ นิ น ก า ร ติ ด ต า ม แ ล ะ พั ฒ น า
การด� ำ เนิ น การตามพระราชบั ญ ญั ติ ก องทุ น ยุ ติ ธ รรม
พ.ศ. ๒๕๕๘ เพื่ อ ให้ ป ระชาชนได้ รั บ ความช่ ว ยเหลื อ
ได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง เช่น คณะกรรมาธิการ
การกฎหมาย กระบวนการยุตธิ รรมและกิจการต�ำรวจ สนช.
ได้จัดสัมมนา เรื่อง ประชาชนจะได้รับความช่วยเหลือ
จากกองทุ น ยุ ติ ธ รรมอย่ า งไร เพื่ อ รั บ ฟั ง ความคิ ด เห็ น
ของประชาชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทาง
ในการพั ฒ นาและปรั บ ปรุ ง การด� ำ เนิ น งานให้ เ กิ ด
ประสิทธิภาพ และส�ำนักงานกิจการยุติธรรมได้ศึกษาวิจัย
การติดตามและประเมินผลการบังคับใช้พระราชบัญญัติ
กองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ผ่านเครื่องมือการประเมิน
ผลการบั ง คั บ ใช้ ก ฎหมาย นอกจากนี้ ได้ มี ก ารตรา
พระราชกฤษฎี ก าออกตามความในประมวลรั ษ ฎากร
ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๖๕๑) พ.ศ. ๒๕๖๑๑๒
เพื่ อ ยกเว้ น ภาษี เ งิ น ได้ ใ ห้ แ ก่ บุ ค คลธรรมดาและ
บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลส�ำหรับการบริจาคเงิน
หรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนยุติธรรม เพื่อเป็นการจูงใจ
ให้มีการบริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่กองทุนยุติธรรม
เพื่ อ น� ำ ไปช่ ว ยเหลื อ ประชาชนให้ เ ข้ า ถึ ง กระบวนการ
ยุติธรรมได้อย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกันมากขึ้น
อนึ่ง พบว่า มีประเด็นที่น่าห่วงใย ดังนี้
๑. เรื่ อ งร้ อ งเรี ย นเกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ใ นกระบวนการ
ยุติธรรม
ในปี ๒๕๖๑ กสม. ได้ รั บ ค� ำ ร้ อ งขอให้ ต รวจสอบ
การละเมิดสิทธิมนุษยชน จ�ำนวนทั้งสิ้น ๑๘๓ ค�ำร้อง๑๓
เมื่อจ�ำแนกค�ำร้องตามประเภทของสิทธิที่เกี่ยวข้องแล้ว
พบว่า มีค�ำร้องที่ผู้ร้องอ้างว่าถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
เกีย่ วกับสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมจ�ำนวน ๑๐๒ ค�ำร้อง๑๔
และในปี ๒๕๖๑ กสม. ได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ
ที่ส�ำคัญเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรมในรายงาน
ผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนี้
จาก หนังสือส�ำนักงานปลัดกระทรวงยุตธิ รรม ด่วนทีส่ ดุ ที่ ยธ ๐๒๑๐๖/๒๙๖๔ ลงวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ เรือ่ ง ขอจัดส่งข้อมูลเพือ่ ประกอบการจัดท�ำรายงานผลการประเมิน
สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๖๑.
๑๒
จาก พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ๖๕๑) พ.ศ. ๒๕๖๑. (๒๕๖๑, ๒๖ มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา, ๑๓๕ (ตอน ๔ก), ๗ – ๙.
๑๓
จาก จ�ำนวนเรื่องร้องเรียนจ�ำแนกตามประเภทสิทธิ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๑ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑, โดย ส�ำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, ๒๕๖๑.
สืบค้นจาก http://hris.nhrc.or.th/nhrc2015/CreateComplaint/Report_Statistic1_5.aspx#/
๑๔
ค�ำร้องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรม จ�ำนวน ๑๐๒ ค�ำร้อง แบ่งเป็นค�ำร้องเกี่ยวกับสิทธิในกระบวนการยุติธรรม (สิทธิของผู้ต้องหาและสิทธิของผู้ต้องขัง) จ�ำนวน
๓๓ ค�ำร้อง และเป็นค�ำร้องเรียนเกีย่ วกับสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล (สิทธิและเสรีภาพในชีวติ และร่างกายอันเกีย่ วเนือ่ งกับสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรม ซึง่ เรือ่ งร้องเรียนส่วนใหญ่
เป็นกรณีกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่รัฐท�ำร้ายร่างกายในระหว่างการควบคุมตัว) จ�ำนวน ๖๙ ค�ำร้อง.
๑๑
50