รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ ๗๐ ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๙๑ (๑๙๔๘) ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญที่ ๓ ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ได้มขี อ้ มติที่ ๒๑๗ A (III) รับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights : UDHR) ซึ่งเป็นเอกสารส�ำคัญที่วางแนวคิดด้านสิทธิมนุษยชนและเป็นพื้นฐานของการจัดท�ำสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน ฉบับต่าง ๆ ในกรอบสหประชาชาติในเวลาต่อมา ทั้งนี้ประเทศไทยเป็นห��ึ่งใน ๔๘ ประเทศที่ร่วมรับรองปฏิญญาดังกล่าว ในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี ของปฏิญญา UDHR (วันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๑) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ขอน�ำเสนอเนื้อหาหลักในปฏิญญา UDHR เพื่อเน้นย�้ำการด�ำเนินงานของประเทศไทย ๔.๐ ในการสร้าง “สังคมที่ไม่ทอดทิ้งกัน” โดยข้อบททั้ง ๓๐ ข้อของปฏิญญา UDHR มีดังนี้ ข้อ ๑ มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระ และเสมอภาคกันในศักดิ์ศรี และสิทธิ ต่างในตน มีเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบตั ิ ต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ ข้อ ๒ ทุ ก คนย่ อ มมี สิ ท ธิ แ ละอิ ส รภาพทั้ ง ปวงตามที่ ก� ำ หนดไว้ ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากการแบ่งแยกไม่ว่าชนิดใด อาทิ เชื้อชาติ ผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความคิดเห็นทางการเมือง หรือทางอื่น พื้นเพทางชาติหรือสังคม ทรัพย์สิน การเกิด หรือสถานะอื่น นอกเหนือจากนี้ จะไม่มีการแบ่งแยกใด บนพื้นฐานของสถานะทางการเมือง ทางกฎหมาย หรือ ทางการระหว่างประเทศ ของประเทศหรือดินแดนทีบ่ คุ คล สังกัด ไม่ว่าดินแดนนี้จะเป็นเอกราช อยู่ในความพิทักษ์ มิได้ปกครองตนเอง หรืออยูภ่ ายใต้การจ�ำกัดอธิปไตยอืน่ ใด ข้อ ๓ ทุ ก คนมี สิ ท ธิ ใ นการมี ชี วิ ต เสรี ภ าพ และความมั่ น คง แห่งบุคคล ข้อ ๔ บุคคลใดจะตกอยู่ในความเป็นทาส หรือสภาวะจ�ำยอม ไม่ได้ ทั้งนี้ ห้ามความเป็นทาส และการค้าทาสทุกรูปแบบ ข้อ ๕ บุคคลใดจะถูกกระท�ำการทรมาน หรือการปฏิบัติหรือ การลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย�่ำยีศักดิ์ศรีไม่ได้ 3

Select target paragraph3