รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
ในภาพรวมพบว่ า มี พั ฒ นาการที่ ดี ใ น ๓ ด้ า น คื อ
(๑) การลดลงของจ� ำ นวนเหตุ ก ารณ์ ผู ้ เ สี ย ชี วิ ต และ
ผู้ได้รับบาดเจ็บจากความไม่สงบ (๒) ความคืบหน้าของ
การด�ำเนินกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยได้พื้นที่
ปลอดภัยน�ำร่อง จ�ำนวน ๑ อ�ำเภอ (อ�ำเภอเจาะไอร้อง)
ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการท�ำกระบวนการรับฟังความเห็น
และข้ อ มู ล สาธารณะเพื่ อ ให้ ป ระชาชนมี ส ่ ว นร่ ว ม
ในการก�ำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ร่วมกับ
ภาครัฐ และการยกเลิกการประกาศใช้พระราชก�ำหนด
การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๕๘
เพิ่มเติม ๒ เขตพื้นที่ (อ�ำเภอเบตง จังหวัดยะลา และ
อ�ำเภอสุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส) โดยน�ำพระราชบัญญัติ
การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๔๑
มาบั ง คั บ ใช้ แ ทน และ (๓) การมี ม าตรการเชิ ง รุ ก
ในการแก้ไขปัญหามิติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การฟื้นฟู
ระบบเฝ้าระวังโภชนาการหญิงตั้งครรภ์และเด็กปฐมวัย
โครงการมหัศจรรย์ ๑,๐๐๐ วันแรกของชีวติ การบริหารจัดการ
อาหารกลางวันที่มีคุณภาพและปริมาณที่เหมาะสม และ
การติดตามประเมินภาวะทุพโภชนาการของเด็กเป็นระยะ
บทสรุปผู้บริหาร
สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ๑๔ ประเด็น ในปี ๒๕๖๑
เพื่ อ ยกเว้ น การใช้ ก ฎหมายผั ง เมื อ งรวมส� ำ หรั บ
การด�ำเนินงานในบางพื้นที่ ปัญหาการแพร่กระจายและ
การเพิม่ ขึน้ ของมลพิษเกินกว่าค่ามาตรฐานมลพิษในอากาศ
การใช้ ส ารเคมี อั น ตรายในผลผลิ ต ทางการเกษตรและ
อาหาร การน�ำเข้าขยะพิษและขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ผิด
กฎหมาย และการเพิ่ ม ขึ้ น ของปริ ม าณขยะจากอาหาร
(ร้ อ ยละ ๖๔ ของขยะทั้ ง หมด) และขยะในทะเล
กสม. จึงมีข้อเสนอแนะ ๓ ข้อ คือ (๑) การพิจารณาทบทวน
มาตรการตรวจสอบการประกอบกิ จ การของโรงงาน
อุ ต สาหกรรมหรื อ กิ จ การอื่ น ที่ อ าจส่ ง ผลกระทบต่ อ
สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งกาก
ของเสียหรือสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม (๒) เร่งแก้ไขปัญหา
ประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพและความเป็นอยู่
จากการประกอบกิจการต่าง ๆ เช่น การท�ำเหมืองแร่
โดยเฉพาะเหมื อ งทองค� ำ รวมถึ ง ดู แ ลให้ ผู ้ ไ ด้ รั บ
ผลกระทบได้ รั บ การเยี ย วยาอย่ า งเป็ น ธรรม และ
(๓) การส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าไปมีสว่ นร่วมในการ
จั ด การทรั พ ยากรธรรมชาติ แ ละสิ่ ง แวดล้ อ มให้ เ กิ ด
ความยัง่ ยืน รวมทัง้ การเร่งพิจารณาออกกฎหมายทีส่ ง่ เสริม
การใช้ สิ ท ธิ ชุ ม ชน เช่ น พระราชบั ญ ญั ติ สิ ท ธิ ชุ ม ชน
พระราชบัญญัติป่าชุมชน พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสาร
สาธารณะ และการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือ
ขั้ น ตอนปฏิ บั ติ ต ่ า ง ๆ เพื่ อ ให้ ชุ ม ชนสามารถใช้ สิ ท ธิ
ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ได้รับ
การรับรองในรัฐธรรมนูญได้อย่างแท้จริง
31