ในภาพรวมพบว่ า การด� ำ เนิ น การของรั ฐ มี ก ารพั ฒ นา ใน ๔ ด้าน คือ (๑) การจัดท�ำแผนปฏิบัติการระดับชาติ ว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) (๒) การให้ความส�ำคัญ กับการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน (๓) การส่ ง เสริ ม ให้ รั ฐ วิ ส าหกิ จ และธุ ร กิ จ เอกชน โดยเฉพาะบริ ษั ท ที่ จ ดทะเบี ย นในตลาดหลั ก ทรั พ ย์ ด�ำเนินการตามหลักการ UNGPs และน�ำเครื่องมือ HRDD มาปรั บ ใช้ และ (๔) การส่ ง เสริ ม และคุ ้ ม ครองสิ ท ธิ ของแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุ ต สาหกรรมประมง ทั้ ง นี้ ยั ง พบปั ญ หาอุ ป สรรค อาทิ การขาดการท� ำ การประเมิ น ข้ อ มู ล พื้ น ฐาน ระดับชาติด้านธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NBA) การขาด กลไกควบคุ ม ก� ำ กั บ และดู แ ลทั้ ง เชิ ง บั ง คั บ และ/หรื อ ตามสมัครใจต่อการด�ำเนินการของธุรกิจข้ามพรมแดน การเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอันเนื่องมาจาก การกระท�ำทางธุรกิจด้านอื่น ๆ ที่นอกจากการเยียวยา ด้ า นการเงิ น และความล่ า ช้ า ในการพิ จ ารณา เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ILO ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ ดังนั้น จึงมีข้อเสนอแนะ ๔ ข้อ คือ (๑) การประมวล รวบรวม และประเมินข้อมูล NBA และจัดท�ำแผน NAP โดยผ่าน กระบวนการมีส่วนร่วมอย่างรอบด้าน พร้อมการก�ำหนด กลไกการติ ด ตามและประเมิ น ประสิ ท ธิ ภ าพและ ประสิทธิผลแผน NAP (๒) การจัดตั้งหรือก�ำหนดกลไก ที่มีหน้าที่และอ�ำนาจในการน�ำมาตรการเชิงบังคับและ มาตรการเชิงสมัครใจมาใช้ในก�ำกับ ดูแลการด�ำเนินการ ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้ ง ให้ มี ก ารเยี ย วยาที่ เ หมาะสมเมื่ อ เกิ ด ผลกระทบ ดั ง กล่ า ว (๓) การสนั บ สนุ น การน� ำ เครื่ อ งมื อ HRDD มาปรับใช้ และขยายผลสร้างมาตรฐานและการปฏิบัติ ตามหลักการ UNGPs ในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ธุรกิจ ขนาดกลางและย่อม และ (๔) การเร่งพิจารณาเข้าเป็น ภาคี อ นุ สั ญ ญา ILO ฉบั บ ที่ ๘๗ และ ๙๘ รวมถึ ง การรับรองร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัตแิ รงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ. .... ส่วนที่ ๓ การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของบุคคล ๕ กลุ่ม คือ สิทธิเด็ก จากการติดตามสถานการณ์ในปี ๒๕๖๑ ในภาพรวมพบว่า มี พั ฒ นาการใน ๒ ด้ า น คื อ (๑) การตราและจั ด ท� ำ ร่างกฎหมาย อาทิ พระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไข บ�ำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระท�ำผิด พ.ศ. ๒๕๖๑ กฎกระทรวงก� ำ หนดประเภทของสถานศึ ก ษาและ การด�ำเนินการของสถานศึกษาในการด�ำเนินการป้องกัน และแก้ ไ ขปั ญ หาการตั้ ง ครรภ์ ใ นวั ย รุ ่ น พ.ศ. ๒๕๖๑ และร่างพระราชบัญญัติการปฐมวัยแห่งชาติ พ.ศ. .... เพื่อบูรณาการการท�ำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีหน้าที่ เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ดู แ ล เ ด็ ก แ ล ะ เ พื่ อ ก� ำ ห น ด แ น ว ท า ง การพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเหมาะสม และ (๒) การพัฒนา ประสิ ท ธิ ภ าพของกลไกที่เ กี่ยวข้องในการคุ้มครองเด็ ก อาทิ การจั ด ท� ำ ยุ ท ธศาสตร์ คุ ้ ม ครองเด็ ก แห่ ง ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ เพื่อก�ำหนดเป้าหมายและทิศทาง การด� ำ เนิ น งานที่สนองตอบต่อสถานการณ์ปัญ หาและ ท�ำการให้เกิดการคุ้มครองเด็กในเชิงระบบ แผนแม่บท สารสนเทศกองทุนคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๖๔ และร่ า งนโยบายและยุ ท ธศาสตร์ ด ้ า นเด็ ก ปฐมวั ย พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตาม ยังพบสถานการณ์ ที่ เ ป็ น ข้ อ ห่ ว งกั ง วล ได้ แ ก่ การเสี ย ชี วิ ต ของเด็ ก จาก การจมน�้ำและอุบัติเหตุทางถนนที่ยังมีสถิติค่อนข้างสูง ความรุ น แรงในครอบครั ว ซึ่ ง เกิ ด ขึ้ น กั บ เด็ ก และสตรี เพิ่มสูงขึ้น โอกาสเสี่ยงของเด็กจากภัยออนไลน์ร้อยละ ๖๐ ซึ่ ง สู ง กว่ า ค่ า เฉลี่ ย ของโลก และส่ ว นใหญ่ เ ป็ น ภั ย ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ๑๔ ประเด็น ในปี ๒๕๖๑ ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน บทสรุปผู้บริหาร รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑ 23

Select target paragraph3