(ฉบั บ ชั่ ว คราว) พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๕๗ เพื่ อ เสริ ม สร้ า ง
ความเข้มแข็งของระบบนิติรัฐ รวมถึงการพิจารณายกเลิก
ประกาศ/ค�ำสั่ง คสช. ที่มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพ
ทีไ่ ม่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน
ของไทย และ (๓) การบั ง คั บ ใช้ ร ่ า งพระราชบั ญ ญั ติ
แก้ไขเพิม่ เติมประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา พ.ศ. ....
ที่ สนช. ให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑
ที่ก�ำหนดให้ศาลสามารถยกฟ้องการฟ้องคดีโดยไม่สุจริต
รวมถึ ง การฟ้ อ งคดี เ พื่ อ กลัน่ แกล้ง หรือเอาเปรียบจ�ำเลย
หรือโดยมุง่ หวังผลอย่างอืน่ กว่าประโยชน์ที่พึงได้โดยชอบ
อย่ า งจริ ง จั ง เพื่ อ ป้ อ งกั น การด� ำ เนิ น คดี เ พื่ อ ระงั บ
การมีส่วนร่วมของสาธารณชน
ส่วนที่ ๒ การประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม มี ๓ ประเด็น คือ
สิทธิทางการศึกษา
ภาพรวมพบว่า ในปี ๒๕๖๑ รัฐบาลได้มีความพยายาม
ในการปฏิ รู ป การศึ ก ษาตามที่ ก� ำ หนดในรั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทั้งในมิติ
ของการให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๑๕ ปี อ ย่ า งทั่ ว ถึ ง โดยไม่ มี ค ่ า ใช้ จ ่ า ยและในมิ ติ ข อง
คุณภาพการศึกษา โดยได้มีการจัดท�ำร่างพระราชบัญญัติ
การพั ฒ นาเด็ ก ปฐมวั ย พ.ศ. .... ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ
การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... และร่างแผนปฏิรูปประเทศ
ด้านการศึกษา เพื่อเป็นกรอบในการด�ำเนินงาน รวมทั้ง
ได้ พ ยายามส่ ง เสริ ม การเข้ า ถึ ง การศึ ก ษาในระดั บ สู ง
(อุ ด มศึ ก ษา/ประกาศนี ย บั ต รวิ ช าชี พ ชั้ น สู ง ) รั ฐ มี
มาตรการในการลดความเหลื่ อ มล�้ ำ ด้ า นการศึ ก ษา
โดยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
เพื่ อ ช่ ว ยเหลื อ เด็ ก นั ก เรี ย นยากจนให้ เ ข้ า ถึ ง การศึ ก ษา
รวมทั้งเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านการพัฒนาครู
และการจั ด สรรงบประมาณสนั บ สนุ น ครู ใ นโรงเรี ย น
เอกชน นอกจากนี้ รัฐยังมีการน�ำเทคโนโลยีมาใช้ในการ
ลดความเหลื่อมล�้ำทั้งในมิติของการเข้าถึงและคุณภาพ
การศึ ก ษา เช่ น การใช้ เ ทคโนโลยี ศึ ก ษาทางไกล
ผ่านดาวเทียม (DLTV) และผ่านสารสนเทศ (DLIT) การขยายผล
จั ด ตั้ ง โรงเรี ย นเครื อ ข่ า ยโครงการสานพลั ง ประชารั ฐ
ด้ า นการศึ ก ษาพื้ น ฐานและการพั ฒ นาผู ้ น� ำ ทั้ ง สิ้ น
๔,๕๙๗ แห่ ง และการจั ด การเรี ย นการสอนผ่ า น
ระบบเปิดของมหาวิทยาลัยไซเบอร์ไทย (MOOC)
อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาอุปสรรค อาทิ การเข้าถึง
การศึ ก ษาของกลุ ่ ม เด็ ก ก่ อ นวั ย เรี ย น เด็ ก ในระดั บ
มัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล
กลุม่ เด็กยากจนและยากจนพิเศษ และเด็กกลุม่ ด้อยโอกาส
อืน่ ๆ (อาทิ เด็กพิการ เด็กในสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
เด็กเร่ร่อน เด็กติดตามแรงงานข้ามชาติ และเด็กที่อยู่
ร่วมกับเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เป็นต้น) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๓๖
ของประชากรเด็ ก อายุ ต�่ ำ กว่ า ๑๘ ปี เด็ ก บางกลุ ่ ม
รัฐมีมาตรการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อช่วยเหลือแล้ว เช่น
เด็กยากจนและเด็กยากจนพิเศษ โดยอยูร่ ะหว่างด�ำเนินการ
ส่วนเด็กกลุ่มอื่นยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน ท�ำให้ยังไม่ได้รับ
การศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน และ/หรือจ�ำเป็นต้องออกจากโรงเรียน
กลางคัน ในส่วนคุณภาพทางการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมี
คุณภาพ พบว่า ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ
ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ๑๔ ประเด็น ในปี ๒๕๖๑
และตามมาตรา ๑๑๒ ของประมวลกฎหมายอาญา ซึง่ ถูกมองว่า
อาจเข้ า ข่ า ยเป็ น การด� ำ เนิ น คดี เ ชิ ง ยุ ท ธศาส���ร์
เพื่อระงับการมีส่วนร่วมของสาธารณชน (SLAPP) ดังนั้น
กสม. จึงมีข้อเสนอแนะ ๓ ข้อ คือ (๑) ในกรณีการใช้
เสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกและการชุมนุม
โดยสงบ โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ ง การแสดงความคิ ด เห็ น
ของชุ ม ชนในบริ บ ทของสิ ท ธิ ชุ ม ชนตามมาตรา ๔๓
ของรั ฐ ธรรมนู ญ ฯ รั ฐ ควรเน้ น การสร้ า งความเข้ า ใจ
และการสร้างกระบวนการมีสว่ นร่วมในการแก้ไขปัญหา และ
(๒) การทบทวนการใช้ อ� ำ นาจทางกฎหมายให้ เ ป็ น ไป
ตามกระบวนการตรากฎหมายปกติแทนการใช้อ�ำนาจ
ตามมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บทสรุปผู้บริหาร
รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
21