รายงานผลการประเมินสถานการณ์ดา้ นสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๑
ในปี ๒๕๖๑ รัฐได้มีการด�ำเนินขั้นตอนต่าง ๆ ในการปฏิรูป
ประเทศตามทีก่ ำ� หนดในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุ ท ธศั ก ราช ๒๕๖๐ ในส่ ว นของกระบวนการ
ยุ ติ ธ รรม หลั ง จากที่ มี ก ารประกาศแผนการปฏิ รู ป
ประเทศในด้ า นนี้ แ ล้ ว รั ฐ ได้ จั ด ท� ำ ร่ า งแผนแม่ บ ท
การบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๖๒
– ๒๕๖๕) เพื่ อ ให้ ส อดคล้ อ งกั บ แผนปฏิ รู ป ประเทศ
และมี ก ารจั ด ท� ำ ร่ า งพระราชบั ญ ญั ติ ร ะยะเวลา
ในการด�ำเนินงานของกระบวนการยุตธิ รรม พ.ศ. .... เพือ่ เป็น
หลั ก ประกั น ว่ า ประชาชนจะได้ รั บ ความยุ ติ ธ รรม
โดยไม่ล่าช้า ในขณะเดียวกัน รัฐได้มีการด�ำเนินการอื่น ๆ
เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในกระบวนการ
ยุ ติ ธ รรมมากขึ้ น เช่ น การให้ ค วามช่ ว ยเหลื อ ทางเงิ น
ใ น ก า ร ป ร ะ กั น ตั ว แ ก ่ ป ร ะ ช า ช น เ พื่ อ ใ ห ้ ไ ด ้ รั บ
ก า ร ป ล ่ อ ย ชั่ ว ค ร า ว ร ะ ห ว ่ า ง ก า ร ด� ำ เ นิ น ค ดี
ตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ รวมทั้ง
การอ� ำ นวยความสะดวกเพื่ อ ให้ ก ารด� ำ เนิ น การเป็ น ไป
อย่ า งรวดเร็ ว โดยการใช้ ห นั ง สื อ รั บ รองการช� ำ ระเงิ น
ของกองทุ น ยุ ติ ธ รรมเป็ น หลั ก ประกั น ในการขอปล่ อ ย
ชั่วคราว และการประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนในการที่จะ
ขอรั บ ความช่ ว ยเหลื อ อย่ า งทั่ ว ถึ ง การแก้ ไ ขประมวล
กฎหมายวิ ธี พิ จ ารณาความอาญาที่ เ พิ่ ม ดุ ล พิ นิ จ
แก่เจ้าพนักงานหรือศาลในการปล่อยชั่วคราวโดยไม่มี
ประกั น เพื่ อ ไม่ ใ ห้ เ ป็ น ภาระแก่ จ� ำ เลยหรื อ ผู ้ ต ้ อ งหา
จนเกิ น ควร และการมี ค วามพยายามปฏิ รู ป ระบบ
การคุ้มครองผู้ได้รับผลกระทบจากการกระท�ำความผิด
ทางอาญา โดยมีการศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าวและการจัดท�ำ
ร่างพระราชบัญญัตคิ มุ้ ครองช่วยเหลือผูไ้ ด้รบั ความเสียหาย
ในคดีอาญา พ.ศ. ....
ต่ อ การด� ำ เนิ น งานของหน่ ว ยงานในกระบวนการ
ยุติธรรม ดังนั้น กสม. จึงมีข้อเสนอแนะ ๔ ประการ คือ
(๑) การประชาสัมพันธ์ แจ้งสิทธิของประชาชนในการขอรับ
ค ว า ม ช ่ ว ย เ ห ลื อ ใ น ก า ร ข อ ป ล ่ อ ย ตั ว ชั่ ว ค ร า ว
และเร่ ง รั ด การใช้ ห นั ง สื อ รั บ รองแทนการช� ำ ระเงิ น
ของส�ำนักงานกองทุนยุติธรรม (๒) การจัดท�ำแผนปฏิรูป
ด้านกระบวนการยุติธรรมและการด�ำเนินการตามแผน
อย่างจริงจัง (๓) การสร้างความ��ู้ความเข้าใจแก่สังคม
อย่างต่อเนื่อง เพื่อน�ำไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต
พร้อมกับการมีนโยบายในการตรากฎหมายใหม่โดยไม่มี
โทษประหารชีวิต (๔) การศึกษาวิจัยและถอดบทเรียน
จากสถานการณ์ ต่ า ง ๆ ที่ ส ะท้ อ นถึ ง ความเชื่ อ มั่ น ของ
ประชาชนที่ มี ต ่ อ กระบวนการยุ ติ ธ รรม เพื่ อ ให้
การอ� ำ นวยความยุ ติ ธ รรมเป็ น ไปอย่ า งมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพ
และสร้างความเชือ่ มัน่ ให้กบั ประชาชน รวมถึงการให้ความรู้
กับประชาชนในการด�ำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม ในปี ๒๕๖๑ มีสถานการณ์ที่น่าห่วงใย
๒ ประการ ได้ แ ก่ ประเด็ น ที่ เ กี่ ย วกั บ โทษประหาร
ชี วิ ต ที่ มี ก ารบั ง คั บ ใช้ โ ทษประหารชี วิ ต เมื่ อ วั น ที่ ๑๘
มิ ถุ น ายน ๒๕๖๑ และความเชื่ อ มั่ น ของประชาชน
ต่ อ กระบวนการยุ ติ ธ รรม สะท้ อ นผ่ า นงานส� ำ รวจ
ความคิดเห็นของเอกชนและการแสดงออกของประชาชน
รั ฐ ได้ มี ก ารด� ำ เนิ น การปรั บ ปรุ ง กฎหมายเพื่ อ ให้
สอดคล้ อ งกั บ พั น ธกรณี ข องไทยตามอนุ สั ญ ญา CAT
และเพื่ อ รองรั บ การด� ำ เนิ น การตามอนุ สั ญ ญา CPED
ที่ ป ระเทศไทยได้ ล งนามเมื่ อ เดื อ นมกราคม ๒๕๕๙
ต่ อ เนื่ อ งจากปี ก ่ อ น โดยได้ จั ด รั บ ฟั ง ความเห็ น ต่ อ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน
ข้อเสนอแนะของ กสม. ต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ๑๔ ประเด็น ในปี ๒๕๖๑
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม
บทสรุปผู้บริหาร
ส่วนที่ ๑ การประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง มี ๓ ประเด็น คือ
การกระท�ำทรมาน และการบังคับสูญหาย
19