2. กระทรวงการคลังควรที่จะพิจารณากลไกสนับสนุนให้นักลงทุนรายย่อยมีการลงทุนผ่านผู้ลงทุนที่มี
ความชานาญการ อาทิเช่น การสนับสนุนโดยใช้นโยบายจูงใจทางภาษี เป็นต้น
3. ก.ล.ต. ควรที่จะช่วยดูแลตรวจสอบธุรกิจลงทุนสมั ยใหม่ทั้งหมด ในขณะที่ สคบ. ควรที่จะยกระดับ
การคุ้มครองปัญหาแชร์ลูกโซ่โดยกาหนดเป็น KPI ขององค์กร
4. ก.ล.ต. ควรที่จะก่อตั้งกองทุนคุ้มครองผู้ลงทุน เพื่อให้เกิดกลไกการเยียวยาเบื้องต้นให้กับผู้ที่ได้รับ
ความเสียหาย โดยกองทุนอาจจะอาศัยการเก็บค่าธรรมเนียมจากการซื้อขายหุ้นเป็นแหล่งรายได้
3.3
สิทธิแรงงาน
กลไกทางด้านการปรับแก้กฎหมาย
1. กระทรวงแรงงานควรแก้ไขพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ซึ่งมีบทบัญญัติที่เป็นการ
เลือกปฏิบัติ เช่น ให้เฉพาะผู้มีสัญชาติไทยสามารถจัดตั้งสหภาพแรงงานและเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน และ
ปรับแก้บทกาหนดโทษอาญาสาหรับการนัดหยุดงาน
2. กระทรวงแรงงานควรปรับแก้มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 การ
คุกคามทางเพศในที่ทางาน ให้ครอบคลุมการคุกคามระหว่างลูกจ้างด้วยกัน หรือบุคคลที่สาม เช่น ลูกค้า หรือ
เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงผู้ที่ยังไม่มีสัญญาจ้ าง เช่น ผู้สมัครงาน หรือการทางานที่ ไม่มีการจ่ายค่าจ้าง เช่น การ
ฝึกงาน
3. กระทรวงแรงงานควรพิจารณาขอบเขตการบังคับใช้ของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.
2541 ว่าเหมาะสมกับสภาพการทางานของบางกิจการหรือไม่ หากไม่เหมาะสมควรมีการตรากฎหมายแยก
เพื่อให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้ตรงตามสภาพการทางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลไกที่ไม่ใช่ดา้ นกฎหมาย (นโยบาย มาตรการต่าง ๆ และการดาเนินการอื่น ๆ)
1. กระทรวงแรงงานและสานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนควรส่งเสริมและสนับสนุนให้มี
จานวนพนักงานตรวจแรงงานเพิ่มขึ้น
2. กระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ
สานักงานตารวจแห่งชาติ และสานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรสร้างกลไกการประสานงาน
ระหว่างหน่วยงานภายในประเทศ และหน่วยงานในต่างประเทศ
3. กระทรวงแรงงานควรสนับสนุนการมีส่วนร่วมของตัวแทนจากแรงงานที่ หลากหลายในสหภาพ
แรงงาน เช่น ออกนโยบายหรือมาตรการที่ให้มีตัวแทนแรงงานหญิง แรงงานข้ามชาติ อยู่ในคณะกรรมการหรือ
ผู้นาของสหภาพแรงงาน
4. กระทรวงแรงงานควรเป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งคณะทางานประจาที่มีตัวแทนจากทุกภาค
ส่วน ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่ นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ สานักงาน
ตารวจแห่งชาติ และสานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมถึงตัวแทนนายจ้าง ลูกจ้าง และ
นักวิชาการที่จะช่วยนาเสนอ พิจารณา และจัดทาข้อเสนอในการรองรับประเด็นปัญหาที่มีแนวโน้มจะส่งผล
กระทบต่อสภาพการทางานในอนาคต
20