-๓หมวด ๑
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
มาตรา ๘ คณะกรรมการสิ ท ธิ มนุ ษยชนแห่ งชาติ ป ระกอบด้ ว ยกรรมการจ านวนเจ็ ด คน
ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคาแนะนาของวุฒิสภา จากผู้เป็นกลาง ทางการเมือง และมีความรู้
และประสบการณ์ด้านการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นที่ประจักษ์เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบปี
ในด้านดังต่อไปนี้ อย่างน้อยด้านละหนึ่งคนแต่จะเกินด้านละสองคนมิได้
(๑) มีประสบการณ์ในการทางานด้านสิทธิมนุษยชนต่อเนื่องกัน
(๒) มี ค วามรู้ ค วามเชี่ ย วชาญในการสอนหรื อ ท างานวิ จั ย เกี่ ย วกั บ สิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนใน
ระดับอุดมศึกษา
(๓) มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายเกี่ยวกับสิ ทธิมนุษยชนทั้งภายในประเทศและ
ต่างประเทศที่จะยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
(๔) มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครอง
สิทธิมนุษยชน
(๕) มี ความรู้ แ ละประสบการณ์ ด้ านปรั ช ญา วั ฒ นธรรม ประเพณี และวิ ถี ชี วิ ต ของไ ทย
เป็นที่ประจักษ์ที่จะยังประโยชน์ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
ระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้นับถึงวันสมัครหรือวันที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหา
แล้วแต่กรณี
มาตรา ๙ นอกจากคุณสมบัติตามมาตร��� ๘ แล้ว กรรมการต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ด้วย
(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(๒) มีอายุไม่ต่ากว่าสี่สิบห้าปี แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี
(๓) สาเร็จการศึกษาไม่ต่ากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
(๔) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์
(๕) มีสุขภาพที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มาตรา ๑๐ กรรมการต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นหรือเคยเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดารงตาแหน่งในองค์กรอิสระใด
(๒) ติดยาเสพติดให้โทษ
(๓) เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(๔) เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ
(๕) เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
(๖) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(๗) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๘) อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราว หรือถูกเพิกถอนสิทธิ
สมัครรับเลือกตั้ง
(๙) ต้องคาพิพากษาให้จาคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล