๑ บทที่ ๑ บทนา ๑. ที่มาและความสาคัญของปัญหา หลักการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลประการหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับสากล คือ การ คุ้มครองสิทธิของจาเลยในคดีอาญา ที่จะต้องได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมและเปิดเผยโดยศาลซึ่งเป็นอิสระ และไร้อคติในข้อหาทางอาญาที่ตนถูกกล่าวหา รวมทั้งมีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานในเบื้องต้นว่าบริสุทธิ์จนกว่า จะได้มีการพิสูจน์ว่ามีความผิด ซึ่งเป็นหลักการทางกฎหมายตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุ ษยชน (UDHR) ข้อ ๑๐ และ ข้อ ๑๑ (๑) รวมทั้งกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ ๑๔ ทั้งนี้ ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลเป็นมาตรการทางกฎหมายอย่างหนึ่งซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปตาม หลักสากล มีใช้อยู่ทั้งในระบบกฎหมายจารีตประเพณี หรือคอมมอนลอว์ (Common Law)๑ และระบบกฎหมาย ลายลักษณ์อักษรหรือซีวิลล์ลอว์ (Civil Law)๒ มีเจตนารมณ์เพื่อให้การใช้อานาจตุลาการในการพิจารณาคดีเป็ นไป อย่างเป็นธรรม มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว รวมทั้งเพื่อไม่ให้คู่ความดาเนินการใดที่ทาให้การพิจารณาไม่สุจริต ตลอดจนเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล อย่างไรก็ตาม ความผิดฐานละเมิดอานาจศาลในประเทศไทย ตามมาตรา ๓๑-๓๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้อานาจศาลสั่งลงโทษผู้กระทาความผิดได้ โดย ไม่จาเป็นต้องมีการสอบสวนหรือฟ้องร้องผู้กระทาความผิดเพื่อพิสูจน์ความผิดนั้นก่อน อนึ่ง แม้ความผิดฐานละเมิด อานาจศาลจะเป็นมาตรการพิเศษที่ศาลจาเป็นต้องมีตามหลักสากล แต่ก็เป็นประเด็นที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน และมีขอบเขตการบังคับที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่ง แนวทางปฏิบัติที่ผ่านมาในประเทศไทย พบว่ามีข้อ โต้แย้งทางวิชาการ ๒ ประเด็น ดังนี้ ประเด็นที่ ๑ องค์ประกอบของความผิดและขอบเขตของการกระทาความผิดที่เป็นการละเมิดอานาจศาล ปัจจุบันขอบเขตของการกระทาความผิดฐานละเมิดอานาจศาลในประเทศไทยครอบคลุมไปถึงกรณีการ กระทาที่มิได้เกิดในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลหรือเกิดขึ้นนอกศาล ตลอดจนกรณีที่เป็นการคุ้มครองเกียรติ และศักดิ์ศรีของผู้พิพากษาในฐานะบุคคลซึ่งไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีด้วย จึงควรมีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย ๑ ระบบกฎหมายจารีตประเพณี หรือที่เรียกว่าระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ มีที่มาจากสหราชอาณาจักร โดยมีหลักการว่าคาพิพากษาของศาลเป็นที่มา หรือบ่อเกิดของกฎหมายในระบบกฎหมาย นอกจากนี้ศาลในคดีหลังยังต้องวินิฉัยคดีตามแนวบรรทัดฐาน (Precedent) ที่ศาลในคดีก่อนวางไว้ อย่างไรก็ ดี ในปัจจุบันประเทศที่ใช้ระบบคอมมอนลอว์มิได้มีความเคร่งครัดในการใช้กฎหมายที่วางโดยแนวบรรทัดฐานของศาลเท่านั้น กฎหมายที่ออกโดยฝ่าย นิติบัญญัติได้เข้ามามีบทบาทสาคัญมากขึ้นในระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกา มีประมวลกฎหมายแห่งสหรัฐอเมริกาที่มี บทบัญญัติหลายพันมาตรา ๒ ระบบกฎหมายแบบซีวิลลอว์ หรือระบบกฎหมายแบบประมวลกฎหมายมีที่มีต้นแบบมาจากประเทศในภาคพื้นยุโรป โดยมีกฎหมายลายลักษณ์อักษร เป็นที่มาหรือบ่อเกิดหลักของกฎหมาย ในขณะที่ คาพิพากษาของศาลในระบบซีวิลลอว์มิได้เป็นที่มาหรือบ่อเกิดของกฎหมายในระบบกฎหมายแบบ ซีวิลลอว์ แต่มีสถานะเป็นเพียงตัวอย่างการตีความกฎหมายเท่านั้น ดัง นั้นศาลในประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายแบบซิวิลลอว์จึงไม่มีอานาจในการตรา กฎหมาย สาหรับประเทศไทยเป็นประเทศที่ใ���้ระบบกฎหมายแบบซีวิลลอว์ เนื่องจากมาตรา ๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติให้ กฎหมายลายลักษณ์อักษรเป็นที่มาหรือบ่อเกิดหลักของกฎหมาย

اختر الفقرة المستهدفة3