รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำ�ปีงบประมาณ ๒๕๖๑ 42 ที่ว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและได้รับประโยชน์จากการพัฒนา เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ๒. คณะรัฐมนตรี ควรก�ำชับให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอ�ำนาจเกี่ยวกับกระบวนการ อนุญาตให้ประกอบกิจการบางประเภท ตามค�ำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ พิจารณา น�ำกระบวนการก�ำหนดแผนการพัฒนาและจ�ำแนกการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามหลักการ ผั ง เมื อ งมาใช้ บั ง คั บ เท่ า ที่ จ ะท�ำได้ รวมทั้ ง หลั ก การมี ส ่ ว นร่ ว มของประชาชนในการ พัฒนา การเคารพสิทธิของบุคคลและชุมชน การคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ อย่างเคร่งครัด 4. เรื่อง กรณีกล่าวอ้างว่าถูกหลอกลวงไปท�ำงานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ท�ำให้สูญเสียเงิน จ�ำนวนหนึ่ง (รายงานฯ ที่ ๑๐๐/๒๕๖๑) ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อต้นปี ๒๕๕๘ เพื่อนของ ผู้ร้องได้หลอกลวงเอาเงินจากผู้ร้อง จ�ำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน) โดย อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจัดหางานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยรับประกัน รายได้ต่อเดือนประมาณ ๖๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท และสามารถเปลี่ยนงานได้ถึง ๒ ครั้ง ผู้ร้องเชื่อใจจึงได้โอนเงินให้กับนายหน้าผ่านบัญชีของเพื่อนของผู้ร้อง แต่เมื่อเดินทางไปถึง ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี เจ้าหน้าทีต่ รวจคนเข้าเมืองปฏิเสธผูร้ อ้ งไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ และส่งตัวผู้ร้องกลับประเทศไทยในเวลาต่อมา ผู้ร้องเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจึงได้ แจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้ถูกร้อง เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ แต่ขณะร้องเรียน ยังไม่ทราบผลการด�ำเนินการ มาตรการ/ แนวทางการแก้ไข ให้เร่งรัดพนักงานสอบสวน สถานีต�ำรวจนครบาล ก. (ผูถ้ กู ร้อง) ด�ำเนินคดีทผี่ รู้ อ้ งได้รอ้ งทุกข์ ไว้ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและค�ำสั่งส�ำนักงานต�ำรวจแห่งชาติ ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖ ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖ 5. กรณีกล่าวอ้างว่าหน่วยงานราชการมีค�ำสั่งให้กลุ่มผู้มีอาชีพเลี้ยงกระบือออกจากพื้นที่ สาธารณประโยชน์ (รายงานฯ ที่ ๑๑๗/๒๕๖๑) ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องและราษฎรชุมชนบ้าน เวียงเหนือได้ใช้พนื้ ทีส่ าธารณประโยชน์หว้ ยเกีย๋ ง ซึง่ ขึน้ ทะเบียนหนังสือส�ำคัญส�ำหรับทีห่ ลวง (นสล.) เลขที่ ๘๖๓๐ (แปลงหนองบัว) ต�ำบลเวียง อ�ำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นที่ เลี้ยงกระบือร่วมกัน ต่อมากองก�ำกับการ ๑๒ กองบังคับการต�ำรวจน�้ำ มีความประสงค์ ใช้พื้นที่ดังกล่าวเนื้อที่ ๒๕ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ท�ำการและบ้านพักข้าราชการต�ำรวจ นายอ�ำเภอเชียงแสนจึงมอบหมายให้ผปู้ กครองท้องทีจ่ ดั ให้มกี ารประชุมชีแ้ จงท�ำความเข้าใจ กับราษฎรและแจ้งให้ทราบว่ามีหน่วยงานราชการอีกหลายแห่งมีความประสงค์ขอใช้พื้นที่ จึงขอให้ผู้ร้องและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปางควายเวียงเหนือย้ายออกจากพื้นที่ภายในระยะ เวลา ๖ เดือน โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชยส�ำหรับการรื้อถอนใด ๆ เรื่อง

اختر الفقرة المستهدفة3