๖
แต่เป็นเพศที่สาม หรือเพศสภาพทางเลือก (Alternative Gender) การร่วมกันของเพศสภาพ และการไม่มีเพศ
สภาพ
การประยุ ก ต์ ใ ช้ แ นวคิ ด เรื ่ อ งความเป็ น กลางของเพศสภาวะไม่ ไ ด้ ท ำให้ เ กิ ด ความจัดเจน
การจำแนก และทำให้สถานการณ์ของผู้หญิงและเด็กเปลี่ยนแปลงไป หรือการชี้เฉพาะเกี่ยวกับความไม่เท่าเทียม
ที่เพิ่มสูงขึน้ ในหมู่เพศสภาพที่แตกต่างกันไม่ได้ทำให้ประเด็นเกี่ยวกับผู้หญิงและเด็ก หรืออัตลักษณ์ทางเพศสภาพ
ที่หลากหลายมีความชัดเจนขึ้น2
ถ้าประเด็นเรื่องผู้หญิงและเด็กหญิงที่มีความหลากหลายทางเพศสภาพไม่ถูกรวมไปในกิจกรรม
ของการจัดกระบวนการ ผู้หญิงและเด็กจะไม่ให้ความสนใจในกิจกรรมและไม่ถูกรวมเข้ามามีส่วนร่วมในการจัด
กระบวนการ ดั ง นั ้ น การจะบรรลุ เ ป้ า หมายสำคั ญ ของความเท่ า เที ย มทางเพศ การจั ด กระบวนการ
ด้านสิทธิมนุ ษยชนจะต้ อ งคำนึง ถึ งสิ ่ง ที่ ไ กลกว่ า การนั บจำนวนผู้ช ายและผู้ห ญิ ง ที่ เป็นผู้ เข้า ร่ว มกิจ กรรม
แต่ควรประยุกต์ใช้มุมมองด้านความเท่าเทียมทางเพศในทุกการดำเนินยุทธศาสตร์ของการจัดกิจกรรม
วิ ท ยากรกระบวนการให้ ค วามสำคั ญ กั บ มุ ม มองด้ า นความเท่ า เที ย มทางเพศในการจั ด
กระบวนการและกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ดังนี้
๑) พัฒนายุทธศาสตร์ด้านความเท่าเทียมทางเพศ
๒) เชิญให้เพศสภาวะที่หลากหลายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดกระบวนการ
การนำแผนไปสู่การปฏิบัติ การติดตาม และประเมินผลกิจกรรม
๓) ทำให้มั่นใจได้ว่าจะเกิดความสมดุลระหว่างเพศสภาพในกลุ่มวิทยากรกระบวนการ
๔) จัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมจากทุกคนแบบองค์รวม
๕) สร้างสภาพแวดล้อมที่เกิดความรู้สึกปลอดภัย การเคารพซึ่งกันและกัน การไม่เลือกปฏิบัติ
และคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับทุกคนและทุกเพศสภาพ
๖) ตระหนักว่า การพิจารณาเรื่องความเท่าเทียมทางเพศนั้นมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ
เรื่องความหลากหลายทางอัต ลักษณ์ ได้แก่ เชื้อชาติ ความพิการ อายุ สถานะทางเศรษฐกิจสังคม ชนชั้น
ทางสังคม ชนพื้นเมือง กลุ่มชาติพันธุ์ เพศ และลักษณะการแสดงออกทางเพศ ความเป็นชนบท แรงงานข้ามชาติ
และผู้ลี้ภัย เป็นต้น
๗) ทำให้แน่ใจว่าผู้เข้าร่ว มทุกเพศสภาพมีความรู้ความเข้าใจและมีความเห็นเชื่อมโยงกับ
กระบวนการและแนวคิดในการดำเนินกิจกรรม
๘) ตระหนักว่า ความเท่าเทียมทางเพศไม่ได้หมายถึงการฝึกอบรมที่ให้ความสำคัญกับบุคคล
ที่เป็น ผู้ห ญิงหรือเด็กหญิงเท่านั้น แต่เป็นการให้ความสำคัญและตระหนักถึงความหลากหลายของบุคคล
ที่มีความแตกต่างกันในอัตลักษณ์ของเพศสภาพซึ่งต้องการการสนับสนุนที่มีลักษณะเฉพาะหรือมากกว่าบุคคลอื่น
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นธรรมและเกิดความเท่าเทียมกัน ซึ่งการวัดและประเมินผลการจัดกระบวนการ
อาจต้องมีการบรรลุเป้าหมายนี้ด้วย
การทำงานกับกลุ่มที่มีความหลากหลาย (เช่น กลุ่มทางศาสนา และกลุ่มชาติพันธุ์)
เมื่อต้องทำงานร่วมกับกลุ่มที่หลากหลายเพื่อจัดกระบวนการหรือกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน
ควรพิจารณา ดังนี้
2
For more information, please see the APF Gender Mainstreaming Guidelines Trainers Developers. Available
at https://www.asiapacificforum.net/resources/apf-gender-mainstreaming-guidelines-trainers/