6 การห้ามเลือกปฏิบัติเป็นหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่สาคัญอันปรากฏอยู่ในสนธิสัญญาหลาย ฉบับ โดยในปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในสนธิสัญญาเกี่ยวกับ สิทธิมนุษยชนจานวน 7 ฉบับ ได้แก่ - กติ ก าระหว่ า งประเทศว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ พ ลเมื อ งและสิ ท ธิ ท างการเมื อ ง (International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR) - กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights – ICESCR) - อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบต่อสตรี (Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination Against Women – CEDAW) - อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child – CRC) - อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกประติบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on the Elimination of All Forms of Racial Discrimination – CERD) - อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการประติบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้ ม นุ ษ ยธรรม หรื อ ที่ ย่ ายี ศั ก ดิ์ ศ รี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT) - อนุ สั ญ ญาว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ ค นพิ ก าร (Convention on the Rights of Persons with Disabilities – CRPD) นอกจากกฎหมายระหว่างประเทศในกรอบของสหประชาชาติดังกล่ าวข้างต้นแล้ ว ในระดับ ภูมิภ าค ยังป���ากฏหลั กความเท่าเทีย มกันและการห้ ามเลือกปฏิบัติ ในกฎหมายระหว่างประเทศระดับ ภูมิภาค เช่นอนุสัญญาสิทธิมนุษยชนยุโรป (European Convention on Human Rights) อนุสัญญาว่า ด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งอเมริกา (American Convention on Human Right) กฎบัตรอาฟริกาว่าด้วย สิทธิมนุษยชนและสิทธิปวงชน (The African Charter on Human and People’s Rights) เป็นต้น เมื่อพิจารณาในระดับกฎหมายต่างประเทศพบว่า หลายประเทศมีการกาหนดกฎหมายภายในที่ คุ้ ม ครองบุ ค คลจากการถู ก เลื อ กปฏิ บั ติ โ ดยอาจเรี ย กว่ า กฎหมายต่ อ ต้ า นการเลื อ กปฏิ บั ติ (AntiDiscrimination Law) หรือกฎหมายความเท่าเทียมกัน (Equality Law) เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา อาฟ ริกาใต้ ฟิน แลนด์ สวีเดน สิงค์โ ปร์ มีการกาหนดกฎหมายห้ ามการเลื อกปฏิบัติ (Anti-Discrimination Law) โดยมีรูปแบบและลักษณะของกฎหมายที่แตกต่างกันไป ดังนั้นจะเห็นได้ว่า การห้ามเลือกปฏิบัติมีส่วนสัมพันธ์กับการส่งเสริมหลักความเท่าเทียมกัน โดย การเลือกปฏิบัติยังอาจจาแนกเป็นการเลือกปฏิบัติโดยตรงและการเลือกปฏิบัติโดยอ้อม สาหรับการเลือก ปฏิบั ติ โ ดยตรงนั้ น เป็ น การพิจ ารณาถึงการปฏิบั ติ ที่แตกต่างกัน ระหว่างบุคคลในสภาวะหรือเงื่อนไขที่ เหมือนกัน ซึ่งมักพบในกรณีของการไม่ให้สิทธิบางประการกับบุคคลบางคนหรือบางกลุ่มด้วยเหตุที่บุคคล นั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ ในกรณีภาครัฐ เช่น การตรากฎหมายจากัดสิทธิ บุคคลบางกลุ่มด้วยเหตุแห่งการเลือกปฏิบัติ กรณีการกระทาของภาคเอกชน เช่น การที่นายจ้างปฏิบัติต่อ

اختر الفقرة المستهدفة3