1 บทที่ 1 บทนา 1.1 ความสาคัญและประเด็นปัญหาของการวิจัย หลักความเสมอภาคและไม่เลือกปฏิบัติเป็นหลักสาคัญของสิทธิมนุษยชน ซึ่งปรากฏให้เห็นจากตรา สารระหว่างประเทศหลายฉบับ เริ่มตั้งแต่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน. ค.ศ. 1948. (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคไว้ว่า “มนุษย์ทั้งหลายเกิด มามีอิสระและเสมอภาคกัน ในศักดิ์ศรี และสิทธิ ต่างมีเหตุผ ลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้ว ย เจตนารมณ์แห่งภราดรภาพ” นอกจากนี้ยังวางหลักการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “บุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิ และอิสรภาพบรรดาที่กาหนดไว้ในปฏิญญานี้ โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าชนิดใด ๆ …” สาหรับ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights หรือ ICCPR) ก็ได้วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “บุคคลทั้งปวงย่อมเสมอกันตามกฎหมาย และมีสิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันตามกฎหมาย โดย ปราศจากการเลือกปฏิบัติใดๆ…” นอกจากนี้ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights หรือ ICESCR) วางหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติไว้ว่า “รัฐภาคีแห่งกติกานี้รับที่จะประกันว่าสิทธิ ทั้งหลายที่ระบุไว้ในกติกานี้ปราศจากการเลือกปฏิบัติใดๆ…” จะเห็นได้ว่าหลักการความเสมอภาคหรือ หลักความเท่าเทียมกัน และการห้ามเลือกปฏิบัติเป็นหลักสาคัญปรากฏจากตราสารระหว่างประเทศอื่นใน กรอบของสหประชาชาติ รวมทั้งกฎหมายระหว่างประเทศระดับภูมิภาคและถ่ายทอดไปยังกฎหมายภายใน ของประเทศต่างๆ สาหรับ ประเทศไทยนั้น มีพันธกรณีตามความตกลงระหว่างประเทศหลายฉบับที่มี หลักการดังกล่าว ในระดับกฎหมายภายในของไทยนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ผ่านมาหลาย ฉบับได้รับรองหลักความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม สภาพปัญหาเกี่ยวกับ��ารเลือกปฏิบัติในประเทศไทยนั้น หากพิจารณาในส่วนของการ ร้องเรียนในกระบวนการทางกฎหมาย พบว่ ามีการเรียกร้องสิทธิหรือประเด็นพิพาททางกฎหมายหลายมิติ เช่น คดีของศาลปกครอง คดีของศาลรัฐธรรมนูญ สาหรับการร้องเรียนในกรอบของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ก็พบว่ามีคาร้องที่มีประเด็นอ้างว่าถูกเลือกปฏิบัติเป็นจานวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อ พิจารณาจากสภาพข้อเท็จจริงและการเรียกร้องเกี่ยวกับการเลือกปฏิบัติและความเสมอภาคในประเทศไทย พบว่าบุคคลผู้ถูกกระทบสิทธิมักจะกล่าวอ้างว่าถูกเลือกปฏิบัติทั้งที่หากพิจารณาตามกรอบกฎหมายสิทธิ มนุ ษยชนระหว่างประเทศแล้ ว ข้อเท็จ จริงลั กษณะนั้นอาจไม่จัดเป็นการเลื อกปฏิบัติ นอกจากนี้ หาก พิจารณากฎหมายไทยที่เกี่ยวข้อง จะเห็นได้ว่าหลักเกี่ยวกับความเสมอภาคและการห้ามเลือกปฏิบัติถูก นาไปบัญญัติไว้ในกฎหมายหลายฉบับอย่างกระจัดกระจายอีกทั้งขอบเขตของกฎหมายดังกล่าวยังมีความ แตกต่างกันไปอีกด้วย ดังนั้น งานวิจัยฉบับนี้จึงมุ่งศึกษาหลักความเท่าเทียมกันและการห้ามเลือกปฏิบัติในกรอบของหลัก กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ อันจะนาไปสู่การพิจารณากรณีข้อเท็จจริงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

اختر الفقرة المستهدفة3