1
บทนำ
คณะกรรมการสิ ทธิมนุ ษยชนแห่ งชาติ (กสม.) เป็นกลไกการส่ งเสริ มและคุ้มครองสิ ทธิมนุษยชน
ระดั บ ประเทศที่ ก่ อ ตั้ ง ตามรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช 2540 และพระราชบั ญ ญั ติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยมีการกาหนดที่มา สถานะ บทบาทหน้าที่ และแนวทาง
การดาเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางและมาตรฐานเกี่ยวกับคุณลักษณะและบทบาทที่พึงมีของ
สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามหลักการว่าด้วยสถานะของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อการส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (Principle relating to the status of National Institution for the Promotion
and Protection of Human Rights) หรือที่เรียกว่าหลักการปารีส (Paris Principle) รวมทั้งได้มีกระบวนการ
รับฟังความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างกว้างขวาง
หลั ง จากการก่ อ ตั้ ง คณะกรรมการสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนแห่ ง ชาติ เ ป็ น ต้ น มาจนถึ ง ปั จ จุ บั น เป็ น ช่ ว งเวลา
ที่ประเทศไทยประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อันส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ
อย่ า งต่ อ เนื่ อ ง โดยเฉพาะสถานการณ์ ค วามขั ด แย้ ง ทางการเมื อ ง จนน าไปสู่ ก ารยกเลิ ก รั ฐ ธรรมนู ญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 การประกาศใช้รัฐธรรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2550 ซึ่งกาหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีสถานะเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ต่อมาในช่วง
ปลายปี พ.ศ. 2556 ได้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองที่ลุกลามและมีการใช้ ความรุนแรงจนยากที่จะ
ควบคุมหรือยุติปัญหา เป็นเหตุให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ายึดและควบคุมอานาจการปกครองประเทศ
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 และได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557 ให้
รั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย พุ ท ธศั ก ราช 2550 สิ้ น สุ ด ลง โดยให้ อ งค์ ก รอิ ส ระและองค์ ก รอื่ น
ตามรั ฐ ธรรมนู ญยั งคงปฏิบัติห น้ าที่ต่อไป จากนั้น ได้มีการประกาศใช้รัฐ ธรรมนูญแห่ งราชอาณาจักรไทย
(ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 กาหนดแนวทางการปฏิรูปประ��ทศและการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งในมาตรา 35
ได้วางหลักการในเรื่ องความจ าเป็น และคุ้มค่าที่ต้องมีองค์กรตามรัฐ ธรรมนูญหรือองค์กรที่ก่อตั้งโดยอาศัย
อานาจตามรั ฐ ธรรมนู ญ รวมถึ ง มาตรการที่ จ ะให้ ก ารด าเนิ น การขององค์ ก รเป็ นไปอย่ า งมี ประสิ ท ธิ ภ าพ
และประสิทธิผลด้วย ทาให้มีการพิจารณาถึงความจาเป็นและการมีอยู่ขององค์กรต่าง ๆ รวมถึงคณะกรรมการ
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
แม้ว่าการจั ดตั้งและสถานะของคณะกรรมการสิ ทธิมนุษยชนแห่ งชาติจะผ่ านกระบวนการรับฟั ง
ความคิดเห็นของประชาชนมาแล้วอย่างกว้างขวาง และในระดับสากลถือได้ว่าสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
เป็ น กลไกการส่ ง เสริ ม และคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ม นุ ษ ยชนระดั บ ประเทศที่ เ ชื่ อ มโยงกั บ กลไกของสหประชาชาติ
คือ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (Human Rights Council) และกลไกตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้าน
สิท ธิม นุษ ยชน แต่ในการยกร่ างรั ฐ ธรรมนู ญที่ผ่ านมาทุกครั้ง ได้มีประเด็นพิจารณาเกี่ยวกับความจาเป็ น
ในการกาหนดให้มีองค์กรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังที่ปรากฏว่า การยกร่าง
รั ฐ ธรรมนู ญ ภายใต้ ก รอบของรั ฐ ธรรมนู ญ แห่ ง ราชอาณาจั ก รไทย (ฉบั บ ชั่ ว คราว) พุ ท ธศั ก ราช 2557
ได้มีประเด็นพิจารณาเกี่ยวกับการควบรวมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกับองค์กรอื่น
1