แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i โดยทั่วไปการใชที่ดินมีการเปลี่ยนแปลงอยูเสมอ กรมพัฒนาที่ดินไดศึกษาเปรียบเทียบการใชที่ดิน บางประเภทของประเทศไทย พบวา ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการใชที่ดินตลอดเวลา ชวงป พ.ศ. 2518 เริ่ ม การปฏิ รู ป ที่ ดิ น โดยส ว นใหญ นํ า พื้ น ที่ ป  า เสื่ อ มโทรมมาจั ด ให ร าษฎร ทํ า ให ที่ ดิ น ป า ไม ก ว า 30 ล า นไร เปลี่ ย นมาเป น พื้ น ที่ เ กษตรกรรม แต ก็ ไ ม เ กิ ด การกระจายการถื อ ครองที่ ดิ น จริ ง เพราะไม น านที่ ดิ น ที่ จั ด สรร ก็ ก ลั บ ไปอยู  กั บ นายทุ น ผลการดํ า เนิ น งานปฏิ รู ป ที่ ดิ น ตั้ ง แต ป  พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2547 ได ม อบหนั ง สื อ ใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ประเภทที่ดินของรัฐเปนพื้นที่ 24.41 ลานไร การศึกษาเปรียบเทียบในป พ.ศ. 2523, พ.ศ. 2529, พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2544 ในขณะที่พื้นที่ปาไม ลดลง พื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มขึ้น รวมทั้งพื้นที่ชุมชนที่เพิ่มขึ้นประมาณ 4 เทาตัวจาก พ.ศ. 2523 อยางไรก็ตาม เปนที่นาสังเกตวาตั้งแต พ.ศ. 2529 - พ.ศ. 2541 พื้นที่นาไดลดลงประมาณ 3.5 ลานไร โดยถูกเปลี่ยนสภาพ ไปเปนโรงงานอุตสาหกรรม ที่อยูอาศัย สนามกอลฟ รีสอรท หรือที่พักผอนหยอนใจ ตั้งแต พ.ศ. 2529 เปนตนมา พื้นที่นาไดลดลงประมาณ 3.5 ลานไร ขณะเดียวกันพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตวนํ้าไดเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ลานไร แตในชวงป พ.ศ. 2541 - พ.ศ. 2544 พื้นที่นาไดเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 ลานไร เนื่องจากหลังวิกฤตการณ ทางเศรษฐกิจในป พ.ศ. 2540 ไดมีการเคลื่อนยายแรงงานกลับสูภาคเกษตรมากขึ้น สํ า หรั บ พื้ น ที่ ถื อ ครองทางการเกษตรของประเทศไทยในช ว งป พ.ศ. 2525 - พ.ศ. 2542 ไม มี การเปลี่ ย นแปลงมากนั ก ในป พ.ศ. 2525 มี พื้ น ที่ ถื อ ครองทางการเกษตรประมาณ 123.59 ล า นไร และในป พ.ศ. 2542 มีพื้นที่ถือครองทางการเกษตรประมาณ 131.34 ลานไร พื้นที่ถือครองทางการเกษตร มีแนวโนมลดลงโดยตลอด แตจํานวนครัวเรือนเกษตรมีแนวโนมเพิ่มขึ้น การศึกษาของกรมพัฒนาที่ดิน ในระหวางป พ.ศ. 2530 - พ.ศ. 2536 ยังพบวา ที่ดินเพื่อการเกษตร ในเขตปริมณฑลเปลี่ยนแปลงสภาพไปเฉลี่ย 18,000 ไรตอป ในเขตปริมณฑลที่มีการเปลี่ยนแปลง การใชที่ดิน เกษตรกรรมเพื่อกิจกรรมอื่น ๆ มากพื้นที่หนึ่ง คือจังหวัดปทุมธานี จากการสํารวจในป พ.ศ. 2531 จังหวัดปทุมธานี มีโครงการบานจัดสรรจํานวน 46 โครงการ (โสภณ ชมชาญ, 2538) ตอมา ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2537 จากการสํารวจในพื้นที่อําเภอคลองหลวง ธัญบุรี และหนองเสือ พบวา มีโครงการจัดสรรที่ดิน บานจัดสรร รีสอรท และสนามกอลฟรวม 146 โครงการ ในเดือนกุมภาพันธ พ.ศ. 2543 ไดมีการสํารวจโครงการบานจัดสรร เหลืออยูประมาณ 30 โครงการ แตพื้นที่ที่อยูในโครงการพัฒนาที่ดินตาง ๆ ที่หยุดหรือชะลอโครงการไว ซึ่ ง เดิ ม เป น ที่ เ กษตรกรรมได ทิ้ ง ร า งมิ ไ ด ใช ป ระโยชน เ ป น จํ า นวนมาก ที่ ตั้ ง ของโครงการดั ง กล า วนี้ เ ป น พื้ น ที่ ที่เหมาะสมตอการเกษตรและอยูในเขตชลประทาน อยางไรก็ตาม จากการวิเคราะห พบวา พื้นที่ที่ไมไดใชประโยชน ซึ่งมีจํานวน 32.1 ลานไร 36.45 ลานไร และ 29.89 ลานไร ในป พ.ศ. 2523, พ.ศ. 2529 และ พ.ศ. 2541 ตามลําดับนั้น สวนหนึ่งเคยเปนที่ดิน ที่ ใช เ พื่ อ เกษตรกรรมมาก อ น ซึ่ ง เมื่ อ รวมกั บ พื้ น ที่ ก ารเกษตรในแต ล ะช ว ง จะมี เ นื้ อ ที่ เ กษตรกรรมมากกว า 168 ลาน ตามความสามารถในการรองรับ (carrying capacity) มาตั้งแต พ.ศ. 2529 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม” 19

اختر الفقرة المستهدفة3