แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i ของมนุษย ทั้งการใชที่ดินในปจจุบัน หรืออนาคต เพื่อการเกษตร อุตสาหกรรมปาไมโดยมนุษยจะทําการ เปลี่ยนแปลงพื้นที่เพื่อการใชประโยชนที่ดินประเภทตาง ๆ เพื่อใหการใชประโยชนจากพื้นที่ดินที่มีอยูนั้นใหเกิด ประโยชนมากที่สุด เกิดผลตอบแทนมากที่สุด อยางไรก็ดี ที่ดินเปนทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยูอยางจํากัด มนุษยจงึ ตองเรียนรูว ธิ กี ารอนุรกั ษเพือ่ ใหทรัพยากรทีด่ นิ มีใชไดยาวนานทีส่ ดุ การใชทดี่ นิ ในระยะแรกนัน้ มนุษยไมได คํานึงถึงขอจํากัดใด ๆ เกี่ยวกับดินและที่ดินจึงสงผลใหเกิดการทําลายดินและที่ดินอยางรุนแรงและเกิดผลกระทบ จากการใชที่ดินซึ่งสอดคลองกับแนวความคิดของเอิบ (2525 อางจาก สิรีภัทร ขาวมีชื่อ, 2546) ที่อธิบายวา เป น ความจํ า เป น อย า งยิ่ ง ที่ จ ะต อ งรู  ถึ ง ธรรมชาติ ข องดิ น และที่ ดิ น แต ล ะประเภทก อ นที่ จ ะเริ่ ม ใช ป ระโยชน เพราะถาใชผิดไปแลวจะเปลี่ยนแปลงใหดีเหมือนเดิมยากและจะตองลงทุนสูงมาก เราสามารถจําแนกที่ดินออกเปนประเภทตาง ๆ ไดมากมาย โดยมีการศึกษาคนควาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ เปนจํานวนมากแตไมมีระบบการจัดการที่แนนอน ซึ่งคลาย ๆ กับธรรมชาติที่ไมมีความแนนอนเชนกันและสามารถ เปลี่ยนแปลงไดเสมอ ซึ่งระบบการจัดประเภทของการใชท่ดี ินสามารถอธิบายและบงบอกถึงความสําเร็จของการใช พื้นที่ในบริเวณตาง ๆ ที่ผานมา เชน อเมริกา เปอโตริโก และหลาย ๆ บริเวณในทวีปยุโรป ขอบขายของโครงราง สามารถอธิบายโดยใชลักษณะทางธรณีวิทยาซึ่งจะแสดงการแบงชั้นของพื้นดินในแตละบริเวณนั้น ๆ ตามขอมูล ที่ไดสะสมไวเปนเวลานานจะชวยใหแผนภาพประกอบขอมูลดูชัดเจนและละเอียดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นักวิจัย จะตองทําการศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดลอมประกอบดวย เพื่อที่จะทําใหการจัดประเภทการใชที่ดินทําไดงายยิ่งขึ้น โดยการใชที่ดินของประเทศไทยแบงออกเปน 5 ประเภท คือ 1. เมืองและสิ่งกอสราง (urban and built - up land) ไดแก ที่อยูอาศัย ยานการคา ยานอุตสาหกรรม คมนาคม และสถานที่ราชการอื่น ๆ 2. พื้นที่เกษตรกรรม (agricultural land) ไดแก พื้นที่ปลูกพืชลมลุกและพืชถาวร เชน สวนผัก สวนผลไม พืชไร นาขาว ทุงปศุสัตว และไรหมุนเวียน 3. ปาไม (forest land) ไดแก พื้นที่ปาไมทั่วไปและจัดแยกยอยไปตามประเภทของปา เชน ปาเต็งรัง ปาเบญจพรรณ ปาดิบแลง ปาดิบเขา ปาดิบชื้น ปาชายเลน ทุงหญาธรรมชาติ และสวนปา เปนตน 4. แหลงนํ้า (water sources) ไดแก พื้นที่แมนํ้า ลําธาร หนอง คลอง บึง ทะเลสาบ และแหลงกักเก็บ นํ้าที่สรางขึ้น 5. พื้นที่วางเปลา (abandon land) ไดแก พื้นที่ปราศจากสิ่งปกคลุมรวมถึงไรราง (สถิตย, 2525) ความตองการใชที่ดินขึ้นอยูกับความเหมาะสมเพื่อตอบสนองประโยชนสูงสุดของผูใชจากการที่มี การใชปจจัยการผลิตทางการเกษตรในระดับสูงโดยเฉพาะการใชพันธุพืชใหม ๆ การปรับปรุงระบบการปลูกพืช ใหเปนแบบรวมหลายชนิดหรือแบบหมุนเวียนมีผลทําใหดินเสื่อมโทรม นอกจากนี้ ยังมีการใชที่ดินผิดประเภท ไมเหมาะสมแตการบังคับใหเจาของที่ดินหรือราษฎรใชประโยชนที่ดินใหเหมาะสมกับสมรรถนะที่ดินทําไดยาก อยางไรก็ตาม ที่ดินเปนทรัพยากรที่มีอยูอยางจํากัดจึงควรใชใหเกิดประโยชนสูงสุดไปจนถึงคนในรุนตอ ๆ ไป (สมเจตน จันทวัฒน, 2524) 18 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

اختر الفقرة المستهدفة3