แหง a i l aชาติ N nd งา สํานaักtio nal Th นค ณ ยชน m a ะกรรมการสิทธิมนุษ o n of n ssi Hu Rights C om m i 7. สิทธิของชุมชนทองถิ่นดั้งเดิมในกานอนุรักษและฟนฟูจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น และศิลปวัฒนธรรม (มาตรา 66) 8. สิทธิในการบํารุงรักษาและใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยางสมดุลและยั่งยืน (มาตรา 66) ปญหาเบื้องตนในเรื่องสิทธิชุมชน คือ การรับรองสถานะหรือความมีตัวตนทางกฎหมาย ของชุมชน หรือปญหาสภาพบุคคลทัง้ ในฐานะบุคคลธรรมดาและในฐานะนิตบิ คุ คลของชุมชน เพราะในทางกฎหมาย การมีสภาพบุคคลหมายถึงสถานะที่จะมีสิทธิและหนาที่ได ผูที่ไมไดรับการยอมรับใหมีสภาพบุคคลยอมไมมีทาง จะมีสิทธิและหนาที่ได กลาวโดยสรุป สิทธิมนุษยชนที่จําเปนจะตองสงเสริมใหเกิดการปกปองคุมครองมิใหเกิด การละเมิดสิทธิแกประชาชนที่สําคัญไดแก สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและรางกาย สิทธิเขาถึงกระบวนการยุติธรรม สิทธิการรับรูขอมูลขาวสารของทางราชการ และสิทธิชุมชนเขาถึงและใชประโยชนฐานทรัพยากร 2.5) สิทธิชมุ ชน สิทธิของบุคคลที่รวมกันเปนชุมชน โดยทั่วไป ชุมชน หมายถึงกลุมหรือหนวยทางสังคม ที่มีที่เปนอยูแลวตามธรรมชาติของมนุษยที่ตองการความมั่นคงปลอดภัยของตนเองและครอบครัว ชุมชนที่อาศัย อยูรวมกันในพื้นที่เดียวกันซึ่งอาจไมใชพื้นที่ในเขตปกครอง แมอาจจะมีระยะเวลาไมนานแตมีความสัมพันธกัน มีกฎเกณฑกติกาที่เปนที่ยอมรับและปฏิบัติรวมกัน เรียกวา ชุมชนทองถิ่น แตถาอยูรวมกันในถิ่นเดียวกันมานาน จนสามารถสรางและพัฒนากิจกรรมจนเกิดเปนวิถีชีวิตจารีตประเพณีและวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติรวมกัน เชน ภาษา การแตงกาย ความเชื่อความศรัทธา เรียกวา ชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม (เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย, 2551) “สิทธิชุมชน” ไดรับการยอมรับใหเปนขอตกลงระหวางประเทศหลายฉบับ เชน กติกา ระหวางประเทศวาดวยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กติการะหวางประเทศวาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สั ง คม และวั ฒ นธรรม อนุ สั ญ ญาแรงงานระหว า งประเทศฉบั บ ที่ 169 คํ า ประกาศริ โ อว า ด ว ยสิ่ ง แวดล อ ม และการพัฒนา (Agenda 21) อนุสญ ั ญาวาดวยความหลากหลายทางชีวภาพ และปฏิญญาสากลของสหประชาชาติ วาดวยสิทธิของชนพื้นเมือง ค.ศ. 2007 นอกจากนี้ ยังมีการยอมรับในคําพิพากษาของศาลทั้งที่เปนการพิจารณาคดี ระหวางประเทศและคดีภายในประเทศของหลายประเทศ เชน ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา หรือประเทศ ออสเตรเลีย โดยยอมรับวา สิทธิของชนพืน้ เมืองหรือสิทธิชมุ ชนเปนสิทธิทเี่ กิดขึน้ และมีอยูก อ น เปนสิทธิตามธรรมชาติ ดัง้ เดิมตามหลักกฎหมายธรรมชาติ (Natural Law) และรัฐมีหนาทีต่ อ งคุม ครองสิทธิของชุมชนดังกลาว และเนือ่ งจาก สิทธิชุมชนถูกพัฒนามาจากกระบวนการตอสูเพื่อเรียกรองสิทธิมนุษยชนของชนพื้นเมือง (Indigenous Peoples) ในโลกตะวันตก ซึ่งกระบวนการตอสูเพื่อสิทธิมนุษยชนก็เปนสวนหนึ่งของการฟนฟูความคิดของสํานักกฎหมาย ธรรมชาติ เพราะการตอสูเพื่อสิทธิมนุษยชนในดานความคิดจะตองตอสูกับความคิดของสํานักกฎหมายบานเมือง (Legal Positivism) ดังนัน้ จึงอาจกลาวไดวา สิทธิชมุ ชนไมใชสงิ่ ทีเ่ กิดขึน้ โดยไรทมี่ าทางทฤษฎี เพราะทฤษฎีกฎหมาย อันเปนพื้นฐานแนวคิดของสิทธิชุมชนก็คือ ทฤษฎีกฎหมายธรรมชาติ ที่มองวา กฎหมายธรรมชาติคือกฎหมาย ที่มีอยูตามธรรมชาติ เกิดขึ้นเอง มนุษยไมไดสรางขึ้น เปนกฎหมายที่อยูเหนือรัฐ และใชไดโดยไมจํากัดเวลา 10 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

اختر الفقرة المستهدفة3