โครงการศึกษาวิจัยเพื่อจัดทาข้อเสนอแนะนโยบายหรือมาตรการเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิของผู้สูงอายุ :1111
กรณีการเลือกปฏิบัติในผู้สูงอายุ | xv
นอกจากนี้ช่องว่างของมาตรการทางกฎหมายในพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เนื่องจาก
นิยามคาว่า “ผู้สูงอายุ” ตามฉบับนี้หมายถึง บุคคลซึ่งมีอายุเกินกว่า 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและมีสัญชาติไทย ทา
ให้การคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุต่างชาติที่เดินทางเข้ามาทางานหรือลี้ภัยในประเทศไทย ไม่ได้รับสิทธิที่จะได้รับ
สวัสดิการและการช่วยเหลือจากรัฐทั้งปวง แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นผู้ที่เสียภาษีอากรให้รัฐ อันแสดงให้เห็น
ถึงความเหลื่อมล้าและการเลือกปฏิบัติ
2. การคุ้มครองผู้ถูกกระทาด้วยความรุนแรงในครอบครัว : แม้ว่ากฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทา
ด้วยความรุนแรงในครอบครัว จะเป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อการคุ้มครองและช่วยเหลือผู้สูงอายุเป็นย่างมาก
แต่พบว่า มีช่องว่างทางกฎหมายในเรื่องของการให้น้าหนักกับการไกล่เกลี่ยและวิธีการยุติความขัดแย้ง รวมไป
ถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้มุ่งคุ้มครองรักษาสถาบันครอบครัวเป็นหลัก มิได้คานึงถึงผลกระทบทางสิทธิ
มนุษยชนของผู้สูงอายุ ที่อาจเป็นสาเหตุให้ผู้สูงอายุถูกกระทาและเผชิญกับความรุนแรงซ้า
นอกจากนี้ กฎหมายที่ เกี่ย วข้องกั บการคุ้มครองผู้ ถูกกระทารุน แรงในครอบครัวมีการบั ญ ญั ติ
คุม้ ครองสิทธิบุคคลจากการกระทาที่รุนแรงและการละเมิดเป็นการทั่วไป มิได้เจาะจงถึงการคุ้ม ครองผู้สูงอายุไว้
เป็นการเฉพาะ ทาให้ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อาจละเลยให้ความสาคัญกั บผู้สูงอายุ แต่กลายเป็นว่า
ปฏิบัติเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป ไม่ได้คานึงว่าผู้สูงอายุเป็นบุคคลพิเศษและมีความเปราะบาง
ในมาตรการทางกฎหมายการคุ้ ม ครองผู้ เสี ย หายที่ เป็ น ผู้ สู งอายุ ที่ ถู ก กระท าความรุ น แรงใน
ครอบครัว ในกรณีที่ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้สูงอายุไม่กล้าหรือกลัว ที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือมีผู้ข่มขู่ไม่ให้แจ้ง และ
ปัจจัยสาคัญที่ทาให้ผู้สูงอายุไม่ดาเนินคดีหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากมีความกังวลว่าผู้กระทาความ
รุนแรง ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป็นญาติสนิทหรือลูกหลานจะถูกดาเนินคดีตามกฎหมาย ดังนั้นในบริบทสังคมไทย
ผู้สูงอายุจึงมักจะไม่เข้าสู่กลไกในทางกฎหมายกรณีเป็นเหยื่อหรือผู้เสียหาย
3. การปฏิบัติของหน่วยงานในการคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ: จากการศึกษาพบว่าแนวปฏิบัติของ
หน่วยงานราชการในเรื่องสิทธิผู้สูงอายุที่จะได้รับการป้องกันและช่วยเหลือจากปัญหาความรุนแรงและการ
ละเมิดซึ่งกาหนดไว้ในปฏิญญาผู้สูงอายุนั้นมิได้มีสภาพบังคับแต่อย่างใด ทาให้ในทางปฏิบัติการดาเนินการเพื่อ
ป้องกัน แก้ไขและให้การช่วยเหลือผู้สูงอายุจากปัญหาความรุนแรงและการละเมิด นั้นยังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร
นอกจากนี้ ในการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความรุนแรงและการกระทาละเมิดในผู้สูงอายุนั้น จะเห็น
ได้ว่ามีหน่วยงานจากหลาย ๆ กระทรวง มีบทบาท มีอานาจหน้าที่ในการดาเนินการแก้ไข แต่ขาดการบูรณา
การ ผสานความร่วมมือกัน แต่อย่างไรก็ดีจากการสัมภาษณ์และการสารวจ ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาของ
การปฏิบัติงานของหน่วยงานของรัฐ เช่น เจ้าหน้ าที่ทางปกครอง ตารวจ อัยการหรือศาล มักมีมุมมองว่า การที่
ผู้สูงอายุถูกกระทาความรุนแรงหรือการละเมิดในครอบครัวนั้นเป็นปัญหาส่วนตัวหรือปัญหาครอบครัว มุมมอง
ดังกล่าว จึงกลายเป็ นอุปสรรคต่อการพัฒ นาวิธีการใหม่ ๆ ที่อาจจาเป็ นต่อการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน
ครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(2) ปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในทางกฎหมาย (Legal Capacity) ของผู้สูงอายุ:
ปัจจุบันกฎหมายไทยไม่ได้กาหนดความสามารถตามกฎหมายของผู้สูงอายุออกมาเป็นการเฉพาะ
แยกต่างหากจากบุคคลธรรมดา ทาให้เวลาที่บังคับ ใช้กฎหมายในด้านความสามารถของผู้สูงอายุเกิดความ