บทสรุปเชิงผู้บริหาร
สถานการณ์ในพื้ นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ปี ๒๕๖๐ มีสถิตเิ หตุการณ์ความไม่สงบในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ลดลงเมือ่ เทียบกับปี ๒๕๕๙ โดยเกิดเหตุการณ์
ความไม่สงบจ�ำนวน ๕๕๑ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๒๓๕ ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ ๓๕๖ ราย ในขณะที่ปี ๒๕๕๙ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น
๘๐๗ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๓๐๗ ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ ๖๒๘ ราย โดยรัฐพยายามลดความรุนแรงในพื้นที่ซึ่งมีผลต่อ
สิทธิเสรีภาพในชีวติ และร่างกายของประชาชนผ่านกระบวนการพูดคุยสันติสขุ และการสร้างความเข้าใจในพืน้ ที่ นอกจากนี้
รัฐได้ให้ความช่วยเหลือเยียวยาในด้านทรัพย์สินและการฟื้นฟูจิตใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
อย่างไรก็ตาม ยังคงปรากฏสถานการณ์ที่น่าห่วงกังวลในประเด็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม โดยที่ กสม. ยังคงได้รับ
เรื่องร้องเรียนที่กล่าวอ้างว่ามีการกระท�ำการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในระหว่างการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย
ในคดีความมัน่ คงไปซักถาม ทัง้ นี้ ในพืน้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้ประเด็นสิทธิในกระบวนการยุตธิ รรมเป็นประเด็นทีม่ จี ำ� นวนเรือ่ งร้องเรียน
เข้ามายัง กสม. มากทีส่ ดุ นอกจากนี้ ยังมีขอ้ ห่วงกังวลต่อผลกระทบในสิทธิในชีวติ และร่างกายของเด็กและสตรี การมีสว่ นร่วมของสตรี
ในกระบวนการสันติภาพ รวมถึงภาวะทุพโภชนาการของเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่พบว่า จังหวัดนราธิวาส
ปัตตานี และยะลา ยังคงมีจ�ำนวนเด็กแรกเกิดถึงอายุ ๑๒ ปี ไม่ผ่านเกณฑ์ในการได้รับวัคซีนป้องกันโรคครบตามตาราง
สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค สูงเป็นสามอันดับแรกของประเทศไทย และอัตราของเด็กอายุต�่ำกว่า ๕ ปี ที่มีภาวะผอมแห้ง
หรือภาวะทุพโภชนาการเฉียบพลันในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
ธุรกิจและสิทธิมนุษยชน
การด�ำเนินธุรกิจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนหลายประการ ท�ำให้ในปี ๒๕๕๔ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
ของสหประชาชาติได้ให้การรับรองเอกสารหลักการชีแ้ นะแห่งสหประชาชาติวา่ ด้วยสิทธิมนุษยชนส�ำหรับธุรกิจภายใต้กรอบ
“คุม้ ครอง-เคารพ-เยียวยา” (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: Implementing
the United Nations “Protect, Respect and Remedy” Framework : UNGPs) เป็นบรรทัดฐานการด�ำเนินธุรกิจ
ที่เคารพสิทธิมนุษยชน และผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ น�ำหลักการ UNGPs ไปใช้ให้เกิดผลภายในประเทศ นอกจากนี้
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ | 29
บทสรุป
คุ้มครองบุคคลจากการถูกแสวงหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจและทางเพศ เป็นต้น การค้ามนุษย์จึงขัดกับสิทธิมนุษยชน
ที่ประเทศไทยให้การรับรอง การค้ามนุษย์มีหลายรูปแบบ ทั้งการค้าประเวณีหรือขายบริการทางเพศ การบังคับใช้แรงงาน
การบังคับเป็นขอทาน และการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เป็นต้น ในปี ๒๕๖๐ เกิดเหตุการณ์การค้ามนุษย์ในหลายกรณีและ
บางกรณีมเี จ้าหน้าทีข่ องรัฐเข้ามาเกีย่ วข้องจ�ำนวนมาก ซึง่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจัดระดับว่าประเทศไทย
ยังอยู่ในระดับ Tier 2 Watch List (ประเทศในกลุ่มที่ต้องจับตามอง) อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีแผนสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๗ – ๒๕๖๑) และได้ออกกฎหมายและประกาศหลายฉบับที่ส่งผลให้เกิดการคุ้มครองและ
ป้องกันการค้ามนุษย์ เช่น พระราชบัญญัติปราบปรามการค้ามนุษย์ (ฉบับที่ ๓ ) พ.ศ. ๒๕๖๐ พระราชก�ำหนดการบริหาร
จัดการการท�ำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. ๒๕๖๐ และบางคดีศาลมีค�ำพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องได้ด�ำเนินการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในหลายประการ ทั้งในระดับภายในประเทศและความ
ร่วมมือระหว่างประเทศ
เมื่อเกิดเหตุการณ์การค้ามนุษย์ พบว่า บางกรณีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องจ�ำนวนมากและบางกรณีเมื่อ
เข้าสูก่ ระบวนการยุตธิ รรมกลับไม่ได้รบั สิทธิตามกระบวนการยุตธิ รรมทีเ่ หมาะสมขัดกับสนธิสญ
ั ญาหลักด้านสิทธิมนุษยชน
ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ดังนั้นหน่วยงานของรัฐจึงควรด�ำเนินการตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอย่างจริงจัง มีการอบรม
ให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับอย่างต่อเนื่อง น�ำหลักเกณฑ์ที่มีการประกาศใช้แล้วมาบังคับใช้ในท��งปฏิบัติ และกรณี
ที่เป็นพยานในคดีค้ามนุษย์ควรมีมาตรการดูแลที่เหมาะสม